1

   

เหล่าอสูรแห่ง NSD เป็นใคร มาจากตำนานใดบ้าง

 จากที่ได้เกริ่นไว้ว่า เหล่าตัวละครเอกของ NSD ถูกดัดแปลงมาจากอสูรในตำนานเทพปกรณัม แต่ใครเป็นใคร มาจากตำนานไหนบ้างนั้น มาทำความรู้จักกันเลยค่ะ


 ​    ยอร์มุงกันดร์ (Jormungandr) อสุรกายอสรพิษยักษ์แห่งนอร์ส
    เจ้าหน้าที่ภาคสนามผู้นี้มีตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้าสารวัตร (Chief Inspector) ตามตำนานเทพนอร์ส เขาคืออสูรงูยักษ์ บุตรแห่งเทพโลกิและยักษีแองกร์โบดา โดยมีพี่น้องร่วมสายเลือดคือ เฟนเรียร์และเฮล (ตามตำนานไม่มีการสรุปลำดับพี่น้องแน่นอน ในเรื่อง NSDกำหนดให้ยอร์มุงกันดร์เป็นบุตรคนกลาง)
    ตามคำทำนายในความเชื่อของนอร์ส อสูรทั้งสามเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดวันแร็กนาร็อก เทพโอดินจึงจับยอร์มุงกันดร์โยนลงมายังมหาสมุทรในโลกมนุษย์เป็นการตัดไฟแต่ต้นลม ยอร์มุงกันดร์อาศัยอยู่ใต้ท้องทะเลเป็นเวลานาน กระทั่งตัวใหญ่จนสามารถโอบโลกมนุษย์ได้ เป็นที่มาของชื่อ งูยักษ์แห่งมิดการ์ด หรือMidgard Serpant (Midgard คือโลกมนุษย์ หนึ่งในเก้าโลกตามตำนานนอร์ส)
    ยอร์มุงกันดร์เป็นศัตรูคู่อาฆาตกับเทพธอร์ ในวันแร็กนาร็อก (ซึ่งสุดท้ายก็เกิดขึ้นอยู่ดี น่าเห็นใจโอดินเขานะคะ...) เขาถูกสังหารโดยธอร์ ขณะที่ธอร์ก็สิ้นลมเพราะถูกพิษของยอร์มุงกันดร์เช่นกัน


 ​    เฟนเรียร์ Fenrir อสุรกายสุนัขป่าแห่งนอร์ส
    แม้จะมีตำแหน่งเป็นถึงร้อยเอก (Captain) แต่เขาก็เป็นแค่เด็กน้อยตัวป่วนประจำหน่วย (แม้อายุจะไม่น้อยตามตัว) เขาคือเฟนเรียร์ อสูรสุนัขป่า บุตรแห่งเทพโลกิและยักษีแองกร์โบดา โดยมีพี่น้องร่วมสายเลือดคือ ยอร์มุงกันดร์และเฮล (ตามตำนานไม่มีการสรุปลำดับพี่น้องแน่นอน ในเรื่อง NSDกำหนดให้เฟนเรียร์เป็นบุตรคนเล็ก)
    ตามคำทำนาย เฟนเรียร์จะเป็นผู้สังหารเทพโอดินในวันแร็กนาร็อก โอดินจึงสั่งให้เทพแอเซียร์ไปพันธนาการไว้ ทว่าโซ่ตรวนไม่อาจรั้งเฟนเรียร์ไว้ได้ โอดินจึงสั่งให้คนแคระสร้างตรวนซึ่งนุ่มละมุนคล้ายริบบิ้นชื่อเกลปเนียร์ขึ้นมา แอเซียร์ท้าทายเฟนเรียร์ให้ลองฉีกตรวนเกลปเนียร์ ทว่าเฟนเรียร์กลับยื่นข้อเสนอกลับว่า หากฝ่ายเทพสงสัยในความกล้าหาญของเขาและไม่ได้คิดเล่นตุกติก ก็ให้ใครคนหนึ่งวางมือบนปากเขาเพื่อเป็นการพิสูจน์ เทพเทียร์เป็นผู้อาสาตนเอง แต่ก็ถูกเฟนเรียร์กัดมือขาด ด้วยเหตุนั้นเฟนเรียร์จงถูกเกลปเนียร์พันธนาการไว้ อสูรหมาป่าดิ้นรนต่อสู้ อ้าปากกว้างหมายกัดทึ้งเหล่าเทพ แต่ก็ถูกดาบปักทะลุกราม เฟนเรียร์คำรามก้อง น้ำลายไหลออกจากปากกลายเป็นแม่น้ำชื่อวาน (Ván) เป็นที่มาของฉายา อสุรกายแห่งแม่น้ำวาน (Vánagandr)


 ​    สคิลลา (Scylla) อสุรกายท้องทะเลแห่งกรีก
    สาวสวยผู้มีตำแหน่งเป็นถึงรองสารวัตร (Deputy Inspector) คนนี้มีที่มาจากตำนานเทพกรีก เธออาศัยอยู่ในบริเวณช่องแคบของทะเล มีอสูรอีกตนอาศัยอยู่ตรงข้ามกันชื่อคาริบดิส สคิลลาคืออสูรที่คอยดักทำร้ายผู้ที่ล่องเรือผ่านบริเวณที่ตนอาศัย ขณะที่คาริบดิสคืออสูรที่สร้างน้ำวนดูดเรือที่ล่องผ่านให้จมลงใต้ทะเล
    ในมหากาพย์โอดิสซีย์ โอดิสซูสล่องเรือมาถึงบริเวณช่องแคบที่สคิลลาและคาริบดิสอาศัยอยู่ เทพเซอร์ซีแนะนำให้โอดิสซูสล่องเรือผ่านทางสคิลลา โดยให้เหตุผลว่า ยอมเสียลูกเรือหกคนให้สคิลลาดีกว่าถูกคาริบดิสจมทั้งลำเรือ เป็นที่มาของสำนวน 'Between Scylla and Charybdis' หมายถึง การถูกบังคับให้เลือกระหว่างสองสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงหรืออันตรายเท่ากัน
    บางตำนานเล่าว่า สคิลลาเคยเป็นนิมฟ์หน้าตางดงาม เป็นที่ต้องตาต้องใจของกลอคัส ทว่าแม่มดเซอร์ซีหลงรักกลอคัสและอิจฉาสคิลลา จึงเทยาพิษในน้ำทะเลบริเวณที่สคิลลาชอบไป ทำให้สคิลลากลายสภาพเป็นอสุรกายที่มีร่างกายครึ่งล่างเป็นสุนัขหกหัว คอยดักทำร้ายผู้ที่ล่องเรือผ่านบริเวณนั้น


 ​    เพกาซัส (Pegasus) ม้ามีปีกแห่งกรีก
    ร้อยเอกรูปหล่อประจำหน่วยภาคสนาม เมื่อเทียบกับเจ้าหน้าที่คนอื่นในหน่วยแล้วดูเหมือนจะ (ย้ำว่า เหมือนจะ) รักสงบกว่าใคร เพราะเจ้าตัวเป็นสัตว์วิเศษ ไม่ใช่อสูรอย่างคนอื่น ตามตำนานกรีก เพกาซัสถือกำเนิดจากเลือดของเมดูซ่าเมื่อตอนที่นางถูกบั่นคอ และเคยถูกเบลลาโรฟอนจับได้ เพกาซัสเป็นพาหนะในการต่อสู้กับคิเมร่า จึงได้ชื่อว่าเป็นพาหนะประจำตัววีรบุรุษ
    ในภายหลังมีการกล่าวว่า เพกาซัสเดินทางไปยังโอลิมปัสและได้รับมอบหมายหน้าที่ในการขนส่งสายฟ้าให้เทพซูส ด้วยความซื่อสัตย์ภักดีต่อซูส ทำให้ได้รับเกียรติไปเป็นกลุ่มดาวบนฟ้า


 ​    ดรากู (Dragoo) มังกรแดง
    ปลัดกรมตำรวจ (Deputy Chief) หรือหัวหน้าหน่วย NSD ที่หกก็คือมังกรแดง โดยดรากูเป็นชื่อที่แผลงมาจากคำว่า Dragon ตำนานของมังกรนั้นมีอยู่หลากหลายตามความเชื่อของชาตินั้น ๆ ทั้งในตำนานพื้นบ้านหรือเรื่องเล่าในเทพนิยาย บ้างก็ว่ามังกรเป็นสัตว์ผู้เฝ้าคลังสมบัติ เป็นสัตว์ชั่วร้าย เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ กระทั่งเป็นเทพเจ้าก็มี


 ​    ลิงซ์ (Lynx) อสูรแมวป่าผู้เก็บงำความลับ
    หัวหน้าทีมข่าวกรองประจำ NSD หน่วยที่หก ภายนอกจะดูเป็นเด็กสาวแก่นแก้วแต่ความสามารถนั้นคับตัว แม้จะใช้ความสามารถนั้นเพื่อความสนุกส่วนตัวมากกว่าเพื่อหน้าที่การงานก็ตาม ลิงซ์เป็นสัตว์วิเศษที่ปรากฏตัวทั้งในตำนานกรีก นอร์ส และอเมริกาเหนือ ชาวอเมริกันอินเดียนบางกลุ่มเชื่อว่าลิงซ์เป็นผู้เก็บงำความลับ (Keeper of Secrets) ลิงซ์เป็นสัตว์ลึกลับและหาตัวจับยาก มีพลังการมองเห็นเหนือธรรมชาติ สามารถมองทะลุวัตถุได้ นอกจากนี้ ลิงซ์ยังถูกยกให้เป็นสัญลักษณ์ของความจริงที่ถุกเก็บซ่อนและพลังจิต-ตาทิพย์ (Clairvoyance)


 ​    ฮูกิน-มูนิน (Huginn and Muninn) แฝดเรเวนผู้นำสารแห่งนอร์ส
    ลูกทีมข่าวกรองประจำหน่วย NSD ที่หก ซึ่งดูเหมือนจะมีหน้าที่ในการดูแลหัวหน้าทีมมากกว่าทำงานสืบข่าวเสียอีก ในตำนานนอร์ส ทั้งสองเป็นแฝดนกเรเวนประจำตัวเทพโอดิน ทำงานรับใช้โดยการบินไปทั่วมิดการ์ดเพื่อนำข่าวสารกลับมารายงานให้โอดินทราบความเป็นไปบนโลกมนุษย์


 ​    เมดูซ่า (Medusa) นางกอร์กอนแห่งกรีก
    เจ้าหน้าที่สาวประจำแล็บ ผู้มีความรู้ทางไบโอเคมิสต์เป็นเลิศ หลายท่านอาจคุ้นภาพนางเมดูซ่าผู้ชั่วร้าย ทว่าตามตำนานแล้ว เธอเคยเป็นหญิงสาวหน้าตางดงาม จิตใจดี และให้ความเคารพนับถือเทพีอะธีน่า ทว่าเทพโพไซดอนบังเอิญเห็นตอนที่เธอไปสักการะต่อเทพีอะธีน่ายังวิหารของพระนาง ด้วยความถูกตาต้องใจ โพไซดอนจึงครอบครองเธอในวิหารของอะธีน่านั่นเอง ฝ่ายอะธีน่า ชายาของโพไซดอนได้ทราบข่าวก็คิดว่าเมดูซ่าตั้งใจลบหลู่นางโดยการกระทำเรื่องฉาวเช่นนั้น นางจึงสาปเมดูซ่าให้กลายเป็นอสุรกายหน้าตาอัปลักษณ์ เส้นผมยาวสลวยกลายสภาพเป็นอสรพิษ ดวงตาหวานมีคำสาปที่ทำให้ผู้มองสบกลายเป็นหิน ด้วยความเศร้าโศกและความคับแค้นในโชคชะตา ทำให้หญิงสาวจิตใจงามกลายเป็นอสูรผู้ชั่วร้าย ท้ายที่สุดเธอถูกบั่นคอโดยเพอร์ซูส บุตรแห่งซูส


 ​    บรอนเตส สเตโรเปส และอาร์เกส (Brontes, Steropes and Arges) สามพี่น้องไซคลอปส์แห่งกรีก
    ยักษ์ทั้งสามประจำหน้าที่ในแล็บ แม้ลักษณะท่าทางจะดูทื่อ เชื่องช้า และเหมือนสมองทึบ แต่พวกเขานั้นฉลาดเกินกว่าที่จะสื่อสารกับคนทั่วไปรู้เรื่อง นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการซ่อมแซมและประดิษฐ์คิดค้นอุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นเลิศ ตามตำนานกรีก สามไซคลอปส์เป็นบุตรแห่งเทพยูเรนัสและพระแม่ธรณีไกอา
    ยูเรนัสผู้หวาดหวั่นต่อความแข็งแกร่งของบุตรได้ขังทั้งสามไว้ในคุกทาร์ทารัส ต่อมาซูสเป็นผู้ปลดปล่อยทั้งสามออกมา สามไซคลอปส์ได้สร้างอสุนีบาตขึ้นเพื่อมอบให้แด่ซูส โดยบรอนเตสเป็นผู้สร้างเสียงฟ้าผ่า สเตโรเปสสร้างสายฟ้า และอาร์เกสสร้างแสงสว่าง
    นอกจากนี้เหล่าไซคลอปส์ยังสร้างอาวุธของเหล่าเทพอีกหลายชิ้น เช่น สามง่ามของโพไซดอน ลูกธนูและคันธนูแสงจันทร์ของอาร์เธมิส ลูกธนูและคันศรแสงอาทิตย์ของอะพอลโล่ รวมถึงหมวกแห่งความมืดของฮาร์เดสที่มอบให้แก่เพอร์ซูสสำหรับทำภารกิจปราบเมดูซ่า


 ​    ไฮดรา (Hydra) อสุรกายแห่งกรีก
    ผู้ต้องหาคดีโจรกรรมหนังสือมนตราผู้สวมฮู้ดคลุมศีรษะปิดซ่อนใบหน้า รอยสักบนแก้มขวาคือหมายเลขของพวกเขา ไม่มีข้อสรุปแน่ชัดว่าพวกเขามีกี่คนกันแน่ เช่นเดียวกับในตำนานกรีกที่ไม่มีการระบุจำนวนหัวที่แน่นอนของไฮดรา มีเพียงคำกล่าวว่า ตัดหัวไปหนึ่งจะงอกเพิ่มอีกสอง ไฮดราเป็นทายาทของอสูรไทฟอนและอีคิดน่า มีลักษณะเด่นคือมีหลายหัว ตัวคล้ายสุนัข มีเกล็ดแข็งปกคลุมทั่วร่างกาย หางคล้ายมังกร และมีลมหายใจเป็นพิษ
    การกำจัดไฮดราเป็นหนึ่งในสิบสองภารกิจของเฮราเคลส ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย หากไม่จัดหัวที่แท้จริงจะไม่สามารถฆ่ามันได้ เฮราเคลสใช้วิธีการตัดหัวไฮดราทีละหัวแล้วใช้ไฟลนไม่ให้หัวงอกออกมาใหม่ จนกระทั่งเจอหัวที่แท้จริง จึงกำจัดมันได้ในที่สุด

    นอกเหนือจากเจ้าหน้าที่และผู้ต้องหาคนสำคัญแล้ว ยังมีตัวละครอื่น ๆ ใน 'NSD กองปราบโลกอสูร' ที่ปรากฏตัวอยู่ในเทพปกรณัมต่าง ๆ แต่ไม่ได้นำมาเจาะลึกให้อ่านกัน ท่านนักอ่านลองหาดูนะคะว่ามีใครบ้าง รับรองว่าพวกเขาเองก็มีตำนานความเป็นมาที่น่าสนใจไม่แพ้กันเชียวละค่ะ