12

กว่าจะมาเป็น NSD กองปราบโลกอสูร

พล็อตนี้ได้มาแต่ใด เรื่อง NSD เป็นนิยายเรื่องหนึ่งในโครงการของ 1168 Studio โดยทางสำนักพิมพ์เป็นผู้กำหนดพล็อต แล้วส่งต่อให้นักเขียนรังสรรค์ผลงานขึ้นมา ซึ่งผู้ที่คิดพล็อตนี้ก็คือบรรณาธิการนี่เอง


    แรกเริ่มเดิมที บ.ก.อยากได้โครงเรื่องเกี่ยวกับอสูรและปีศาจ แต่ยังหาจุดที่น่าสนใจไม่ได้ นอนคิดอยู่หลายคืนจนต้องหาอย่างอื่นทำให้หายเครียด การดูทีวีซีรีส์ต่างประเทศก็เป็นอย่างหนึ่งที่ช่วยได้ ทั้งซีรีส์เกี่ยวกับหน่วยสืบสวน ทีมปฏิบัติการพิเศษ รวมถึงการไล่ล่าปราบสิ่งเหนือธรรมชาติ นี่เองที่ทำให้เกิดไอเดียว่า ถ้าเอาซีรีส์ที่ดูทั้งหมดมายำรวมกัน มันอาจจะได้อะไรที่น่าสนใจออกมาก็ได้ พล็อตกองปราบที่เหล่าสมาชิกเป็นอสูรจึงกำเนิดขึ้นมาโดยประการฉะนี้ โดยตอนแรกได้ใช้ชื่อว่า Monster Crime Suppression Department (MCSD)


 ​    ทำไมต้องเป็นอสูรจากตำนานเทพปกรณัม
    เพราะบ.ก.ชอบ ตอบแบบนี้อาจจะดูกวนไปสักหน่อยแต่มันคือเรื่องจริง ตำนานเทพปกรณัมสัญชาติต่าง ๆ ล้วนแต่มีเรื่องราวน่าค้นหา ยิ่งตามอ่านยิ่งถอนตัวไม่ขึ้น ขนาดสตูดิโอยักษ์ใหญ่จากอเมริกายังนำเรื่องเทพนอร์สไปเขียนการ์ตูนหรือทำภาพยนตร์เลย
    นิยาย การ์ตูน ภาพยนตร์ แอนิเมชัน หรือเกมหลาย ๆ เรื่องได้นำเหล่าเทพจากตำนานต่าง ๆ ไปเป็นตัวละครหลัก แต่กลับไม่ค่อยได้เห็นเหล่าอสูรเป็นตัวดำเนินเรื่องเท่าไร ทั้งที่เรื่องราวของอสูรก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ขณะที่เรื่องอื่น ๆ หยิบตำนานเทพมานำเสนอแล้ว บ.ก.ก็ขอนำเรื่องราวของเหล่าอสูรมาโลดแล่นในนิยายบ้าง


 ​   อสูร-มนุษย์ สองเผ่าพันธุ์บนโลกเดียวกัน
    พูดถึงการปรากฏตัวของอสูร เรามักนึกถึงเวลากลางคืน NSD ซึ่งมีหน้าที่ปราบอาชญากรที่เป็นอสูรจึงต้องทำงานในเวลากลางคืน ในเมื่อต่างฝ่ายต่างเป็นอสูรและมีพลังเหนือธรรมชาติ หากต้องต่อสู้กันย่อมส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายต่อมนุษย์ จึงมีการแบ่งช่วงเวลาในการใช้ชีวิตของสองเผ่าพันธุ์เพื่อเลี่ยงปัญหานี้และสร้างสิ่งที่คอยควบคุมการแบ่งช่วงเวลานั้นไว้ นั่นคือลำนำทั้งเจ็ด


 ​    ลำนำทั้งเจ็ดคืออะไร สำคัญอย่างไร
    ในพล็อตแรกเริ่ม บ.ก.ได้กำหนดไว้ว่า มันคือผนึกทั้งเจ็ดที่กล่าวไว้ในพระคัมภีร์ ซึ่งทำหน้าที่ผนึก 'จตุรอาชาแห่งวันสิ้นโลก' (Four Horsemen of the Apocalypse) ว่ากันตามชื่อ พวกเขาทั้งสี่เป็นผู้นำหายนะมาสู่โลกมนุษย์ การชิงชัย สงคราม ความอดอยาก และความตายล้วนแต่เป็นสิ่งที่นำพาไปสู่การสูญสิ้นของทุกสิ่ง
    ใน NSD นั้น ลำนำทั้งเจ็ดก็คือการนำผนึกทั้งเจ็ดมาดัดแปลง โดยพลังของลำนำมีหน้าที่ควบคุมประตูแบ่งเวลาสองโลก (ในเรื่องให้ชื่อว่า ประตูทไวไลต์) และผนึกจตุรอาชาไว้ ในภาค 'คดีโจรกรรมหนังสือมนตรา' ได้กล่าวถึงกรณีที่ลำนำถูกรบกวน ก่อให้เกิดความสั่นคลอนทางเวลาของสองโลก คงต้องรอดูกันต่อไปว่าจะมีอาชญากรตนไหนนึกอยากปลุกจตุรอาชาขึ้นมาหรือเปล่า


 ​   หนังสือมนตราที่ถูกขโมยไป
    เป็นเรื่องที่บ.ก.ไม่ได้คาดไว้ก่อนว่า Little Losting จะเขียนเพิ่มมาให้ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญมาก ๆ ของเรื่อง เพราะนักเขียนได้กำหนดว่าเวทมนตร์คือศาสตร์โบราณที่ถูกลืมเลือน ปัจจุบันประชากรอสูรทั่วไปไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้ มีเพียงเหล่า NSD และอสูรรุ่นเก่า (แก่) ที่มีความสามารถทางเวทมนตร์ แต่ถึงกระนั้นก็มีการบันทึกเวทมนตร์โบราณไว้ใน 'หนังสือมนตรา' ตัวหนังสือถูกจับแยกเป็นแผ่น ๆ แล้วกระจายไปเก็บรักษาไว้ในสถานที่เร้นลับต่าง ๆ เพราะมันมีการบันทึกถึงเวทมนตร์โบราณที่ใช้คลายผนึกลำนำทั้งเจ็ดเอาไว้ด้วย นอกเหนือจากการปราบอาชญากรและคอยดูแลบ้านเมืองแล้ว NSD ยังมีหน้าที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือการปกป้องลำนำทั้งเจ็ดและหนังสือมนตราที่แม้แต่เจ้าหน้าที่ NSD ส่วนใหญ่ก็ไม่รู้ว่ามันถูกเก็บรักษาไว้ที่ใด

    'NSD กองปราบโลกอสูร' ยังมีความลับอีกมากมายที่บ.ก.ก็ไม่สามารถบอกได้ทั้งหมด ทั้งความลับและอดีตของเหล่าตัวละคร แผนการของฝ่ายผู้ก่อการร้าย หรือตัวละครใหม่ที่ยังไม่ปรากฏ ท่านนักอ่านที่ชื่นชอบนิยายแฟนตาซีแอ็กชันสืบสวนผสมกลิ่นอายของตำนานเทพอันน่าค้นหา ต้องไม่พลาดนิยายเล่มนี้นะคะ
    ในบทความหน้าจะเป็นการเล่าถึงตัวละครในเรื่องว่าเป็นใคร มีที่มาจากตำนานใด อย่าลืมติดตามกันนะคะ


--------------------------------------