บทที่ 1 : The SNOWWHITE XXX เจ้าชายปีศาจทายาทสโนว์ไวต์ 1

ปราสาทหินขาวถูกประดับประดาไปด้วยดอกไม้และแถบผ้าหลากสีสัน ต้นไม้รอบปราสาทถูกตัดแต่งเป็นรูปทรงต่างๆ อย่างสวยงามเพื่อต้อนรับอาคันตุกะคนสำคัญ ชาวเมืองต่างยิ้มแย้มเพราะข่าวน่ายินดี ทว่าผู้เป็นตัวเอกของงานกลับเศร้าสร้อย

“จวนจะได้เวลาแล้วครับเจ้าหญิง”

เสียงเอ่ยของไอแซคทำลายความเงียบ ทว่าโรสเรดยังคงเหม่อมองภาพสะท้อนตัวเองในกระจก ชุดลูกไม้สีขาวประดับไข่มุกเม็ดเล็กนับร้อยหรูหราและงดงามเกินกว่าอาภรณ์ใดจะเทียบได้ แต่เธอไม่รู้สึกยินดีเลย เธอพอใจจะสวมใส่ชุดผ้าไหมธรรมดา ๆ มากกว่า

แต่จะทำเช่นไรได้ เจ้าชายกีเดียนส์ช่างเพอร์เฟกต์ เขาเป็นเจ้าชายหนุ่มรูปงามผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยความกล้าหาญประดุจยอดนักรบ บุคลิกอ่อนโยนเอื้ออารีต่อผู้คนทุกชนชั้นยากจะหาข้อตำหนิ ไม่มีเรื่องเสื่อมเสียใดให้เธอจับผิด ไร้ประวัติด่างพร้อย ไม่มีแม้แต่ชู้รักอย่างที่หนุ่มเจ้าเสน่ห์ควรจะเป็น ตลอดชีวิตของเขาช่างซื่อตรงต่อหน้าที่เจ้าชายรัชทายาท เธอจึงหลีกเลี่ยงชะตากรรมนี้ไม่ได้

“เจ้าหญิงครับ ?”

“ข้าเป๊ะแล้วหรือยังไอแซค”

“ครับ ท่านช่างงดงามราวกับกุหลาบแดงแรกแย้ม” ผู้ติดตามหนุ่มเอ่ยพร้อมมอบรอยยิ้มให้ผู้เป็นนาย ทว่าคนฟังกลับทำหน้ามุ่ย

“เจ้าไม่คิดว่าไอ้ชุดลูกไม้นี่ทำให้ข้าดูแก่แดดหรอกรึ ข้าไม่มีหน้าอก แต่พวกป้า ๆ กลับเสริมผ้าหนาเสียจนข้าบึ้มราวกับสาวสิบหก โอ้เทพธิดา ! ข้านึกว่าเราเลิกธรรมเนียมที่สนับสนุนให้ผู้หญิงออกเรือนตั้งแต่ยังเด็กแล้วเสียอีก”

“หึ ๆ” ไอแซคหลุดขำ เจ้าหญิงของเขาเป็นนักเรียนดีเด่นในชั้นเรียนประวัติศาสตร์และการปกครอง มิหนำซ้ำยังเป็นเฟมินิสต์หัวก้าวหน้า แต่ไม่ว่าจะมีนโยบายเช่นไร หากบ้านเมืองต้องอาศัยระบบสภาขุนนางในการลงความเห็นเกี่ยวกับทิศทางของอาณาจักร สุดท้ายคนเป็น ‘เจ้า’ ก็จำเป็นต้องยอมเสียสละตัวเองโดนพวกขุนนางบังคับเพราะอ้างส่วนรวม

“ไม่ตลกนะไอแซค ไหนเจ้าบอกว่าจะช่วย แล้วทำไมข้าถึงยังต้องแต่งงานกับเขาล่ะ !” เจ้าหญิงโรสเรดหันมาตัดพ้อผู้ติดตามคนสนิท ทว่าพี่เลี้ยงหนุ่มกลับเอ่ยพลางหัวเราะ

“อันที่จริงแล้วนี่เป็นเพียงพิธีหมั้นหมายระหว่างท่านและเจ้าชายเท่านั้นเองครับ และจากที่ประเมิน ข้าว่าเป็นเจ้าชายกีเดียนส์ก็ไม่น่าจะมีอะไรเสียหาย อย่างน้อยก็ดีกว่าเจ้าชายคนอื่น ๆ”

“ดีตรงไหน ปันส่วนผลผลิตทางการเกษตรของอาณาจักรเราไปตั้งเยอะ ข้ารู้สึกว่าพวกเราถูกเอาเปรียบ”

“แต่เจ้าชายกีเดียนส์มีดาบวิเศษนะครับ หากท่านอยู่ในฐานะคู่หมั้นของเขา อาณาจักรอื่นจะเกรงใจเรา และถ้าหากวันข้างหน้ามีอะไรผิดพลาดขึ้นมาพวกท่านยังสามารถถอนหมั้นกันได้ทันทีครับ”

ทั้งไอแซคและโรสเรดต่างก็ตระหนักถึงความกระหายอยากรวมสองอาณาจักรเป็นหนึ่งเดียวของดยุกโดโนแวนแห่งพาเลอร์โม แต่เวลานี้คาราบาสจำเป็นต้องพึ่งพาเลอร์โม โรสเรดต้องพึ่งดาบวิเศษและพึ่งความเป็นเพศชายของกีเดียนส์ อาณาจักรนี้ไม่ต้องการผู้นำหญิงอย่างโรสเรด

“นี่ถ้าท่านพ่อยังอยู่ละก็… ทำไมท่านพ่อต้องจากไปด้วยนะ”

ไอแซครู้ดีว่าเจ้าหญิงของเขายังไม่คลายความโศกเศร้าจากการสูญเสียบิดา ทว่าเขาเลือกจะเอ่ยปลอบ “แม้ท่านเลโอจะจากไปแล้ว แต่ท่านจากไปอย่างมีเกียรติในฐานะกษัตริย์ที่ทำเพื่อประชาชนจนวาระสุดท้ายของชีวิตครับ ความเสียสละของท่านจะตราตรึงอยู่ในหัวใจของชาวคาราบาสตราบนานเท่านาน”

“แต่ท้ายที่สุดแล้วท่านพ่อของข้าก็จากไป หึ เสียสละเพื่ออาณาจักร… อาณาจักรที่มีหมูละโมบอีกเป็นคอกคอยกดดันข้ากับท่านแม่ พวกข้าเสียสละแล้วได้อะไร ทำไมข้าต้องเหนื่อยตรากตรำทำเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้อื่น แม้แต่หัวใจของข้าเองยังต้องยินยอมให้ผู้อื่นควักไปเพื่อความสงบสุขของพวกเขา”

“เจ้าหญิง…”

โรสเรดก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกเป็นทุกข์ แต่แล้วเธอก็เชิดหน้าขึ้น เจ้าหญิงอย่างเธอจะไม่มีวันยอมแพ้ต่อโชคชะตา

“เอาล่ะ ! ไปกันเถอะไอแซค ไปจัดการให้มันจบ ๆ ไปซะ”

 

“ท่านช่างงดงามเหลือเกิน โรสเรด”

“ขอบคุณค่ะเจ้าชาย ท่านก็ดู… สง่างามตามปกตินะคะ”

กีเดียนส์รู้สึกได้ว่าว่าที่คู่หมั้นของเขาไม่สบอารมณ์ เจ้าหญิงโรสเรดยังเป็นเพียงเด็กสาวตัวน้อย เธอสูงไม่ถึงอกของเขาด้วยซ้ำ อายุก็ห่างกันตั้งหกเจ็ดปี การสานสัมพันธ์เพราะเหตุผลทางการเมืองทำให้พวกเขารู้สึกตะขิดตะขวงใจ ไม่แปลกที่เธอจะรู้สึกไม่ชอบขี้หน้าเขา แต่กีเดียนส์ก็อดคิดไม่ได้ว่าหากเขาและเธอเจอกันในสถานการณ์อื่น เธอจะต้องเป็นสหายตัวน้อยของเขาแน่นอน

โรสเรดไม่ใช่เจ้าหญิงที่พะว้าพะวังแต่เรื่องความสวยความงาม เธอไม่สนใจไยดีเครื่องประดับราคาแพง หากมีงานราชการกองอยู่ตรงหน้า โรสเรดพร้อมจะกระโดดขึ้นหลังม้าด้วยชุดกางเกงผ้าฝ้ายเนื้อหนาแล้วออกไปบำบัดทุกข์บำรุงสุขของราษฎรมากกว่ากรีดกรายเฉิดฉายอยู่ในงานเต้นรำ เธอรักประชาชนและทุ่มเทเพื่ออาณาจักรเช่นเดียวกับเขา ดังนั้นกีเดียนส์จึงไม่ขัดข้องเมื่อท่านอาของเขาเสนอการอภิเษกสมรสระหว่างสองราชวงศ์ ดยุกโดโนแวนให้เหตุผลหลายข้อ ท่านขอให้เขาเห็นแก่ผลประโยชน์ของอาณาจักรพาเลอร์โมอันอุดมสินแร่ แต่แร้นแค้นพื้นที่ทำการเกษตรเป็นหลัก นอกจากนี้ โรสเรดเองก็เป็นหญิงงามแม้จะยังเยาว์นัก หากเขาจำต้องเลือกว่าที่ราชินีสักคน เขาก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อบ้านเมือง

“อะแฮ่ม เชิญทางนี้ครับเจ้าชาย” ไอแซคอดสอดไม่ได้เมื่อเห็นเจ้าชายกีเดียนส์นิ่งไปเพราะเจ้าหญิงน้อยของเขา กีเดียนส์ช่างเป็นสุภาพบุรุษ เขาอุตส่าห์มารอโรสเรดและยื่นมือให้แต่โรสเรดกลับใช้สองมือถลกกระโปรงขึ้นเล็กน้อยแล้วเดินกระแทกส้นเท้าจากไปทิ้งให้ว่าที่คู่หมั้นต้องเดินตามหลัง บรรดาผู้ร่วมงานต่างรับรู้ได้ถึงความไม่พอใจของฝ่ายหญิง แต่กระนั้นงานหมั้นหมายสุดยิ่งใหญ่ระหว่างสองอาณาจักรก็ยังต้องดำเนินต่อไป

งานเลี้ยงนี้หรูหราแต่เรียบง่าย มีวงดนตรีบรรเลงเพลงขับกล่อมผู้คน อาหารคาวหวานและเครื่องดื่มต่าง ๆ ถูกนำออกมาเสิร์ฟให้กับแขกในงาน เสียงหัวเราะอย่างร่าเริงช่างเข้ากับดอกไม้สีสันสดใสที่ประดับอยู่โดยรอบยกเว้นบนใบหน้าของตัวเอกของงาน โรสเรดจำใจเต้นรำกับกีเดียนส์ แม้เธอจะแสดงออกว่าเบื่อหน่ายมากเพียงใด แต่ท่วงท่าของเธอยังคงขยับตามท่วงทำนองได้อย่างสง่างามสมกับเป็นคู่หมั้นหมายราชนิกุล

“ท่านเต้นรำได้ยอดเยี่ยมมาก เจ้าหญิง”

“ขอบคุณค่ะ มันอยู่ในวิชามารยาทพื้นฐานของท่านหญิงสูงศักดิ์หนึ่งร้อยหนึ่งน่ะ ท่านเองก็เก่งเหมือนกัน ข้านึกว่าท่านจะจับดาบเป็นอย่างเดียวเสียอีก”

กีเดียนส์ไม่ถือสาคำพูดถากถางนั้น เขาเพียงยิ้มเล็กน้อย โรสเรดแสบราวกับหนามกุหลาบ เธอเป็นสาวน้อยจอมพยศ

“หลังจากเพลงที่สามจบ ข้าจะคุกเข่าลงแล้วขอท่านแต่งงาน หากท่านไม่ปฏิเสธ ข้าจะสวมแหวนหมั้นให้ท่าน แล้วหลังจากนั้นข้าอาจจะต้องจูบท่าน” เขานัดแนะกับเรดโรสอย่างเป็นทางการ

“เชอะ ! ทำอย่างกับข้าปฏิเสธได้งั้นแหละ ข้าอาจจะต้องยอมรับแหวนหมั้นของท่านด้วยความไม่เต็มใจ แต่ฝันไปเถอะว่าข้าจะยอมจุมพิตกับท่าน”

“ถ้าเช่นนั้นท่านสะดวกที่หลังมือแทนไหม ?”

โรสเรดอดหงุดหงิดขึ้นมาไม่ได้ จูบของเธอเป็นสิ่งที่ต่อรองได้เช่นนั้นหรือ “แค่สวมแหวนเท่านั้นเจ้าชาย ท่านคงไม่อยากให้ใครมองท่านเป็นพวกโรคจิตชอบกินเด็กหรอกใช่ไหม”

กีเดียนส์หัวเราะน้อย ๆ แล้วค้อมศีรษะลงเล็กน้อยเป็นการยอมรับ

 

ในที่สุดเพลงวอลซ์ลำดับที่สามก็จบลง เมื่อเจ้าหญิงและเจ้าชายเข้าประจำตำแหน่งกลางฟลอร์ กีเดียนส์หันไปส่งสายตาให้ผู้คุมวงบรรเลงบทเพลงพิเศษสร้างบรรยากาศ เสียงไวโอลินแว่วหวานสอดประสานไปกับการคุกเข่าลงตรงหน้าโรสเรดอย่างโรแมนติก ผู้คนเริ่มเว้นระยะห่างจากทั้งคู่แล้วถอยไปยืนลุ้นอยู่โดยรอบ สตรีชั้นสูงพากันฝันหวานด้วยใบหน้าเคลิบเคลิ้ม แม้แต่ราชินีสโนว์ไวต์เองยังต้องฝืนยิ้มยินดี และแล้วกีเดียนส์หยิบกล่องใส่แหวนออกมา เขาเปิดฝากล่องออกเผยให้เห็นแหวนทองประดับอัญมณีล้ำค่าที่มีตราราชวงศ์พาเลอร์โม แม้โรสเรดจะไม่ยินดีกับการหมั้นครั้งนี้แต่เธอก็ยอมหยุดนิ่งราวต้องมนต์ และสบตากับกีเดียนส์ตามนัด

“เจ้าหญิงโรสเรด ข้ารู้ว่านี่อาจไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมนัก ท่านกำลังโศกเศร้า แต่ได้โปรดเถิด ขอให้ข้าได้เป็นกำลังสำคัญแด่ท่าน ข้าจะพิสูจน์ให้ท่านเห็นถึงความปรารถนาดีของข้าและพาเลอร์โม คาราบาสจะรุ่งโรจน์เมื่อมีข้าอยู่เคียงข้างท่าน เจ้าหญิงโรสเรดแห่งคาราบาส ท่านจะยอมให้ข้า กีเดียนส์แห่งพาเลอร์โม ช่วยแบ่งเบาภาระของท่านได้หรือไม่ ข้าสาบานว่าจะร่วมทุกข์ร่วมสุขกับท่านตลอดไป”

แม้จะทึ่งกับความสามารถของนักกวีแห่งพาเลอร์โมที่แต่งบทพูดของกีเดียนส์ออกมาเสียซึ้ง แต่โรสเรดทำใจแสร้งทำเป็นตื่นเต้นยินดีไม่ลงจริง ๆ เธอยื่นมือไปให้กีเดียนส์สวมแหวนวงนั้นอย่างเรียบง่าย

ช่วงเวลานั้นไอแซคนึกเสียดายเล็กน้อยที่เจ้าหญิงของเขาไม่ยอมยกมือขึ้นปิดปากและทำตัวสั่นด้วยความซาบซึ้ง แต่เขาก็คิดในแง่ดีว่าการที่

เจ้าหญิงยอมให้ความร่วมมือไม่ทำสีหน้าพะอืดพะอมประชดกีเดียนส์ออกมาก็บุญแล้ว

แต่แล้วในจังหวะที่กีเดียนส์กำลังบรรจงสวมแหวนใส่นิ้วของโรสเรด กลับมีเสียงหัวเราะลึกลับบาดอารมณ์ดังขึ้น ประตูถูกเปิดออกอย่างแรงพร้อมเสียงกระแทกดังสนั่น

“แหม แหม แหม มีเรื่องน่ายินดีทั้งทีไยไม่มีใครเชิญข้าบ้าง”

เสียงพูดของบุคคลลึกลับดังขึ้นพร้อมกับเสียงส้นรองเท้าจิกพื้นหินอ่อนดังก้องในความเงียบ สายตาทุกคู่ของแขกในงานพากันไปรวมอยู่ตรงร่างของแขกปริศนาที่เพิ่งมาถึง ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นใครและมาปรากฏตัวด้วยเหตุผลใด แต่ทุกสายตาต่างละความสนใจไปจากร่างปริศนานี้ไม่ได้

ร่างเพรียวสะโอดสะองในอาภรณ์สีม่วงดำก้าวอย่างมาดมั่นตรงมายังกลางงานด้วยท่วงท่างามสง่าสะกดสายตาคนทั้งวัง สะโพกงอนงามใต้ชุดกางเกงรัดรูปยักไหวตามจังหวะการก้าวเดิน เรียวขาได้รูปซึ่งซุกซ่อนอยู่ในรองเท้าบูตสูงเลยเข่าพาเขามาหยุดตรงหน้าโรสเรดและกีเดียนส์เพียงก้าวเดียวก่อนจะสะบัดเสื้อคลุมไปด้านหลังราวกับต้องการประกาศศักดา

“เจ้าหญิงของคาราบาสจะแต่งงานทั้งทีก็สมควรมีการอำนวยพรสิจริงไหม ?” บุรุษปริศนาพูดพลางเอียงคอมองกีเดียนส์สลับกับโรสเรดด้วยแววตาชั่วร้าย

งานเลี้ยงที่จัดขึ้นเพื่อประกาศการหมั้นหมายระหว่างสองอาณาจักรถูกขัดจังหวะโดยบุรุษปริศนา บารอนซาครามหันไปสบตากับไอแซคก่อนจะโบกมือส่งสัญญาณให้หน่วยองครักษ์ ผู้ติดตามของเจ้าหญิงโรสเรดรีบเคลื่อนกายเข้าหาผู้เป็นนายหมายปกป้อง ทันใดนั้นบุรุษปริศนาภายใต้เสื้อคลุมสีดำกลับหันขวับไปทางไอแซคทันที เพียงแค่เขาสะบัดคทาเวทมนตร์ในมือ คลื่นพลังสีดำพลันพุ่งทะยานเข้าหาร่างของไอแซคและส่งร่างของเขาลอยไปปะทะกับผนัง

“ไม่รู้รึว่าขี้ข้าเช่นเจ้าไม่ควรขัดจังหวะนายเหนือหัว” บุรุษปริศนาแผดเสียงพร้อมกับที่เสียงกรีดร้องอย่างตื่นตระหนกดังขึ้น ‘พ่อมด !’ ‘ปีศาจร้าย !’ ‘เขามีเวทมนตร์’ เหล่าชนชั้นสูงต่างพากันอุทานด้วยความกลัว แต่ละคนถอยกรูดออกห่างจากบุรุษปริศนาและกีเดียนส์กับโรสเรด บางส่วนถึงกับวิ่งหนีออกจากห้องอย่างล้มลุกคลุกคลาน

ผู้ร้ายเผยรอยยิ้มสะใจพลางขยับคทาเวทมนตร์ในมือ ฉับพลันคทาอันสั้นกลับยืดยาวขยายใหญ่กลายเป็นไม้เท้ายาวกว่าสองเมตร ส่วนยอดของไม้เท้าแกะสลักเป็นรูปมังกรสยายปีก ห่อหุ้มผลึกอัญมณีสีม่วงเข้มที่ประดับอยู่ ไอเวทมนตร์สีดำที่แผ่ออกมาจากอัญมณีชวนให้รู้สึกถึงความอันตราย

“ดูนั่นสิ ไม้เท้าของเขา”

บุรุษปริศนากวาดตามองทหารที่รายล้อมรอบตัวแล้วเริ่มหัวเราะ เขาจงใจหมุนตัวเพื่ออวดโฉมให้ทุกคนได้ประจักษ์ก่อนจะหยุดประจันหน้ากับสโนว์ไวต์และสบตานางอย่างท้าทาย

“ไม้เท้านั่น ! ของวิเศษของราชินีใจร้าย”

‘ไม้เท้าวิเศษของราชินีใจร้าย’ ที่บุรุษปริศนาครอบครองปลุกความกลัวที่ซุกซ่อนอยู่ในใจสโนว์ไวต์ เหล่าทหารชี้ปลายหอกไปยังบุรุษปริศนาด้วยความหวาดกลัว คนผู้นี้มีเวทมนตร์ และเวทมนตร์ได้หายไปจากอาณาจักรนานนับทศวรรษแล้ว มันหายไปพร้อม ๆ กับเจ้าชายลำดับที่หนึ่งแห่งอาณาจักรคาราบาส

“กลัวอะไรกัน ข้ามาดีนะ ข้าตั้งใจมาอำนวยพรแด่โรสเรดแท้ ๆ”

เสียงที่เอ่ยออกมาอย่างประชดประชันช่างขัดแย้งกับถ้อยคำปรารถนาดี กีเดียนส์เอาตัวเข้าบังโรสเรดไว้และชักดาบออกจากฝักเพื่อเตรียมพร้อมเมื่อได้ยินว่าผู้ร้ายมีเป้าหมายอยู่ที่โรสเรด

“ตายจริง ข้ารึอุตส่าห์หวังดี แล้วดูการต้อนรับของพวกเจ้าสิ เสียใจจัง” บุรุษปริศนาเว้นจังหวะก่อนจะหันมาสบตากับกีเดียนส์แล้วเอ่ยต่อ “โจรปล้นอาณาจักรในคราบเจ้าชายยังได้รับเกียรติมากกว่าคราวน์พรินซ์ที่แท้จริงอย่างข้าเสียอีก” เขาหันกลับไปทางสโนว์ไวต์ก่อนจะปิดท้าย “ท่านไม่ดีใจที่ข้ากลับมาหรือท่านแม่ ?”

 

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพระราชาองค์หนึ่งปกครองอาณาจักรด้วยความเมตตาอารี พระองค์มีราชินีผู้ซึ่งงดงามทั้งกายและใจอยู่เคียงข้าง วันหนึ่งในฤดูหนาวที่แสนโหดร้าย ราชินีทรงทอดพระเนตรเกล็ดหิมะที่ร่วงหล่นลงมาจากเบื้องบนปกคลุมไปทั่วทั้งสวนแล้วก็รำพึงออกมาด้วยความหลงใหลสีขาวบริสุทธิ์ซึ่งตัดกับความมืดสีดำบนท้องฟ้า นางปรารถนาให้ทารกน้อยในครรภ์งามพิสุทธิ์ดั่งภาพเบื้องหน้า ไม่นานนักราชินีก็ให้กำเนิดธิดาน้อยผู้งดงาม ผิวกายของทารกน้อยขาวผ่องตัดกับริมฝีปากสีแดงสดและเส้นผมสีดำสนิท ทั้งสองพระองค์รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง พวกเขาตั้งชื่อเจ้าหญิงน้อยว่า ‘สโนว์ไวต์’ แต่โชคร้ายที่ราชินีจากไปก่อนทารกน้อยจะเติบใหญ่จนรู้ความ

หลังจากราชินีสิ้นพระชนม์ได้ไม่นานพระราชาก็อภิเษกกับหญิงสาวลึกลับ ซึ่งแต่เดิมนางเป็นเพียงนักเดินทางที่ผ่านมาขอพักอาศัยในปราสาท แต่แล้วพระราชาก็ตกหลุมรักเธอและลืมเลือนอดีตราชินีอย่างง่ายดาย ว่ากันว่านางเป็นผู้วิเศษ เวทมนตร์ของนางทรงอำนาจเพราะคราใดที่นางขุ่นเคืองใจก็มักจะเกิดภัยพิบัติในอาณาจักร

ครั้นพระราชาจากไป ราชินีองค์ใหม่ปกครองอาณาจักรอย่างโหดร้ายทารุณ นางบ้าคลั่งหมกมุ่นอยู่กับเวทมนตร์ชั่วร้ายและคำสาป เจ้าหญิงสโนว์ไวต์กลายเป็นนักโทษถูกขังในห้องพักบนหอคอย มีเพียงขนมปังแข็งกระด้างและน้ำเป็นอาหารประทังชีวิต แม้เสื้อผ้าของเธอจะเก่าซีดจนขาดทว่าความงดงามของสโนว์ไวต์กลับเพิ่มพูนขึ้นทุกวัน

ราชินีมีของวิเศษอยู่หลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือกระจกวิเศษ มันมีอำนาจหยั่งรู้ทุกสรรพสิ่งบนพิภพนี้ กล่าวกันว่านางมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับกระจกวิเศษ ราชินีเลิกสนใจพระราชกิจปล่อยให้ขุนนางโฉดเข้ามามีบทบาท นางละเลยกระทั่งสโนว์ไวต์ และนั่นเป็นโอกาสให้เจ้าหญิงหลบหนีออกจากปราสาทด้วยความช่วยเหลือของข้ารับใช้ที่ยังจงรักภักดี สโนว์ไวต์ตั้งใจหนีไปขอความช่วยเหลือจากแคว้นข้างเคียง แต่ราชินีใจร้ายกลับส่งนักฆ่าตามมากำจัดเธอ

สโนว์ไวต์โซเซเข้าไปในป่า เจ้าหญิงได้รับความช่วยเหลือจากสิ่งมีชีวิตลึกลับ พวกเขายอมรับหัวใจบริสุทธิ์ของสโนว์ไวต์และปกป้องเธอด้วยความเอ็นดู แต่ราชินีเจ้าเล่ห์นัก นางปลอมเป็นหญิงชราผู้อาภัพ สโนว์ไวต์ให้ความช่วยเหลือท่านยายผู้น่าสงสารด้วยความเขลาและรับเอาแอปเปิลอาบยาพิษมาด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แอปเปิลอาบยาพิษสุกงอมส่งกลิ่นหอมเชิญชวน แม้เหล่าภูตจะเตือนสโนว์ไวต์ว่าห้ามรับประทานผลไม้ที่มิได้เป็นผลผลิตจากต้นไม้ในป่าแต่สโนว์ไวต์หาได้ฟังคำเตือนไม่ ทันทีที่ริมฝีปากของเจ้าหญิงสโนว์ไวต์กัดลงบนผลแอปเปิล พิษร้ายก็แล่นเข้าสู่ร่างกายของเธอพร้อมกับคำสาปสังเวยชีวี

เป็นเพราะความสดใสร่าเริงของสโนว์ไวต์ ทุกคนจึงเสียใจเมื่อเธอถูกพิษร้าย ภูตผู้ทรงเวทสงสารเจ้าหญิงมากเสียจนทนเห็นเธอจากไปไม่ได้ เธอเกณฑ์พี่น้องทั้งสิบเอ็ดตนมารวมพลังกันร่ายเวทมนตร์ห่อหุ้มร่างของสโนว์ไวต์เอาไว้แล้วอำนวยพรเพื่อลดทอนความรุนแรงของคำสาป เหล่าภูตปวารณาตนเป็นนางฟ้าแม่ทูนหัวของเจ้าหญิงสโนว์ไวต์และเฝ้ารอผู้แก้ไขคำสาป

วันเวลาผ่านไปในที่สุดก็มีเจ้าชายพลัดหลงเข้ามาในป่า ทันทีที่เขาเห็นสโนว์ไวต์บนเตียงผลึกแก้วเขาก็หลงรักเธอจนห้ามใจไม่อยู่ เจ้าชายยอมแม้กระทั่งแบ่งกาลเวลาของตัวเองให้กับเธอ

“ขอเพียงได้ร่วมชีวิตกับนางผู้เป็นที่รัก แม้ระยะเวลาจะสั้นแต่ข้าก็เต็มใจ” ด้วยหัวใจอันมุ่งมั่นและความรักอันแน่วแน่ ในที่สุดเจ้าชายก็ช่วยให้สโนว์ไวต์ฟื้นจากคำสาป ท่ามกลางความดีใจของทุกคนเธอตกหลุมรักเจ้าชายรูปงามทันที เจ้าชายพาสโนว์ไวต์กลับอาณาจักรและจัดงานอภิเษกสมรสขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ นอกจากนี้เจ้าชายยังจัดการราชินีใจร้ายปลดปล่อยอาณาจักรคาราบาสออกจากเงื้อมมือของนาง

ทุกอย่างน่าจะจบลงอย่างมีความสุข แม่เลี้ยงผู้โหดเหี้ยมถูกพิพากษา ขุนนางชั่วถูกริบอำนาจ เจ้าหญิงสโนว์ไวต์ได้แต่งงานกับเจ้าชายผู้เป็นที่รักและปกครองอาณาจักรร่วมกันด้วยความผาสุก แต่ไม่มีใครรู้ว่าราชินีใจร้ายหนีรอดไปได้ และแล้วเรื่องเลวร้ายก็บังเกิด ในวันเลี้ยงฉลองการประสูติโอรสองค์น้อย ขณะที่เหล่านางฟ้าแม่ทูนหัวกำลังอำนวยพรให้เจ้าชายน้อย ราชินีใจร้ายซึ่งยังอยู่รอดได้แปลงกายเป็นนางฟ้าตนที่สิบสามย้อนกลับมาแก้แค้นทุกคน นางกลายร่างเป็นแม่มดผู้ชั่วร้ายแปรเปลี่ยนพรนานัปการให้กลายเป็นคำสาปร้ายกัดกินเจ้าชายน้อย นอกจากนี้นางยังพรากเขาไปจากทุกคน

เจ้าชายสโนว์รัชทายาทลำดับที่หนึ่งแห่งคาราบาสถูกราชินีใจร้ายลักพาตัวไป ไม่มีใครทราบชะตากรรมของเจ้าชายน้อยหลังจากนั้น ทว่าบัดนี้เขากลับมาแล้ว เจ้าชายสโนว์กลับมาพร้อมความชั่วร้ายในหัวใจ

‘ท่านไม่ดีใจที่ข้ากลับมาหรือท่านแม่’ คำถามของบุรุษปริศนาทำให้สโนว์ไวต์ตัวสั่น นางไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง สโนว์ไวต์จ้องมองใบหน้าที่ถูกฉาบไว้ภายใต้เครื่องสำอางนั้นด้วยความสับสนระคนโหยหา

“นั่นเจ้าจริง ๆ หรือสโนว์” สโนว์ไวต์ไม่สามารถห้ามความปรารถนาของตัวเองได้อีกแล้ว นางก้าวเข้าไปหาสโนว์ด้วยความปีติแต่เสนาบดีซาครามกลับขวางเอาไว้

“เฮอะ !” สโนว์เดาะลิ้นอย่างขัดใจแล้วเป็นฝ่ายก้าวเข้าไปหาสโนว์ไวต์ด้วยตนเอง สโนว์และซาครามประจันหน้ากัน “มาขวางฉากการพบกันอันน่าประทับใจของแม่ลูก เจ้าช่างไม่มีความอ่อนไหวในหัวใจเลยนะ หลีกไป !”

แต่จิ้งจอกเฒ่าหาได้เกรงกลัวคำขู่ ร่างสูงอายุในวัยหกสิบเหยียดตรงอย่างองอาจ “ขออภัย แต่เรื่องนี้จำเป็นต้องมีการสอบสวน เรายังด่วนสรุปไม่ได้ว่าท่านคือเจ้าชายสโนว์จริงหรือไม่”

สโนว์เบ้ปากแล้วเถียงกลับ “โถ ข้าไม่อยากทำร้ายคนแก่หรอกนะ”

“เป็นหน้าที่ของข้าที่ต้องปกป้องราชวงศ์”

ริมฝีปากสีดำของสโนว์บิดเบี้ยวตามอารมณ์เมื่อได้ยินซาครามตอบโต้ “ฮะ ๆ ปกป้องราชวงศ์ แล้วที่เจ้าปล่อยให้เจ้าชายเผชิญชะตากรรมอันโหดร้ายกับราชินีใจร้ายตามลำพังเล่า” แม้จะรู้สึกขวางหูขวางตาแต่เขาก็เปลี่ยนเป้าหมาย “ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นพักเรื่องของข้าเอาไว้ก่อนก็ได้ ถึงอย่างไรพวกเราก็มีเวลาพิสูจน์กันอีกนาน หึ ๆ เอาเรื่องด่วนก่อนแล้วกัน” สโนว์หันกลับไปจ้องกีเดียนส์ด้วยแววตามุ่งร้ายอีกครั้ง “แม่น้องสาว ในฐานะพี่ชาย ข้ามีคำแนะนำที่ดีจะมอบให้เจ้า จงอย่าได้เกี่ยวดองกับคนที่คิดจะฮุบสมบัติจะดีกว่า”

“ท่านหมายความว่าอย่างไร ?!”

โรสเรดตกใจการปรากฏตัวของสโนว์และคำเตือนของเขา เธอตระหนกว่าคนนอกอย่างเขารู้กลหมากระหว่างสองอาณาจักรได้อย่างไร ไม่ได้มีแต่พาเลอร์โมที่ต้องการผลประโยชน์ทางการเกษตรจากคาราบาส คาราบาสเองก็หวังจะได้ผลประโยชน์ทางไพร่พลทหารจากพาเลอร์โมเช่นกัน

“ไม่เอาน่ะ เจ้าคิดว่าตัวเองฉลาดแล้วหรือไร เจ้าไม่ได้อ่านสัญญาลงนามระหว่างสองอาณาจักรอย่างละเอียดรึ”

ทันใดนั้นเอกสารสัญญาการลงนามยอมรับการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างสองอาณาจักรด้วยการแต่งงานของกีเดียนส์และโรสเรดซึ่งควรจะเก็บอยู่ในห้องเก็บเอกสารพลันปรากฏขึ้นในมือสโนว์

“เจ้าอาจจะคิดว่าตัวเองรอบคอบ แต่เจ้าได้อ่านดอกจันตรงมาตรา 23 ไหม มันเขียนไว้ว่า หากเขาหรือเจ้าเป็นอะไรไป เจ้าดยุกชั่วนั่นมีสิทธิ์ครอบครองทั้งสองอาณาจักรโดยชอบธรรม”

โรสเรดอ้าปากค้าง เธอรีบดึงหนังสือสัญญาจากมือของสโนว์ไปตรวจสอบเนื้อหาอีกครั้ง เธอคิดว่าสโนว์อาจจะโกหกเรื่องมาตรา 23 ทว่าช่องว่างระหว่างบรรทัดที่เว้นเอาไว้มีดอกจันและเนื้อหาใหม่ปรากฏเพิ่มมาจริง ๆ โรสเรดอยากจะคิดว่ามันเป็นของปลอมแต่ลายมือที่ลงนามไว้ท้ายสัญญานั้นเป็นของเธอ

มีการแก้ไขหนังสือสัญญาโดยที่เธอไม่รู้

“นี่มันอะไรกัน ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้ !?”

สโนว์มองน้องสาวร่วมสายเลือดด้วยแววตาเยาะเย้ยแล้วแถมให้อีกหนึ่งประโยค “อ้อ ! ข้าจะบอกอะไรให้อีกอย่าง มันไม่ได้เขียนเอาไว้ในสัญญาหรอก แต่ดยุกชั่วนั่นจะเขี่ยราชินีหม้ายหัวเดียวกระเทียมลีบผู้น่าสงสารลงจากตำแหน่งไปเป็นดัชเชสแห่งพรีนคู่กับดยุกเชนโก้ และสัญญาจะมอบไข่ทองคำให้มาควิสอัลเฟรดร้อยกระสอบ เจ้าอยากมีพ่อเลี้ยงไหมล่ะ”

ทันทีที่สโนว์พูดจบก็เกิดเสียงอื้ออึงไปทั่ว ทหารบางส่วนรีบเข้าไปล้อมดยุกเชนโก้และมาควิสอัลเฟรด กีเดียนส์ทนมองความสับสนวุ่นวายตรงหน้าไม่ได้อีกต่อไป เขาเอ่ยออกมาอย่างเหลืออด “พอกันที ! เจ้าควรหยุดได้แล้ว ห้ามพูดจาไร้สาระ !”

สโนว์กลอกตาพลางเบ้ปากอย่างเบื่อหน่ายเมื่อถูกขัดโดยเจ้าชายผู้ซึ่งใครต่อใครต่างก็ชมว่าทรงเสน่ห์ที่สุดแห่งยุค “โถ ๆ เจ้าชายกีเดียนส์ผู้น่าสงสาร ท่านไม่รู้จริง ๆ หรือว่าพ่อตัวเองป่วยหรือถูกวางยาพิษตาย” สโนว์เปิดฉากปะทะกับกีเดียนส์ด้วยการเล่นสงครามประสาทอันชั่วร้ายก่อนจะใช้วาจากรีดลงบนแผลในหัวใจของกีเดียนส์

“เส้นเลือดทั่วร่างเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม ทวารทั้งเจ็ดมีเลือดไหล ร่างกายซูบผอมซีดเซียว เหี่ยวแห้งกลายเป็นศพคาเตียง เจ้าคิดว่ามีโรคอะไรที่ทำให้คนทรมานถึงขั้นนั้นได้ด้วยรึ”

กีเดียนส์จ้องสโนว์ด้วยความรู้สึกหลากหลายยากจะบรรยาย สิ่งที่ผู้ชายตรงหน้าเอ่ยออกมาตรงกับความจริงทุกประการ แต่เขาเชื่อมั่นในตัวดยุกโดโนแวน เชื่อว่าบิดาป่วยด้วยโรคร้ายตามคำบอกเล่าของท่านอาผู้ซึ่งคอยดูแลเขามาตั้งแต่เล็กและอบรมเขาอย่างเข้มงวดปลูกฝังจิตสำนึกอันดีงามให้ยอมเสียสละความสุขส่วนตนเพื่อความรุ่งเรืองของอาณาจักร ไม่มีวันที่ท่านอาจะเป็นคนร้ายไปได้แน่นอน

“แทนที่จะมายุ่งวุ่นวายกับเรื่องภายในของอาณาจักรอื่น กลับไปเคลียร์ปัญหาในอาณาจักรตัวเองก่อนดีไหม จะตายอยู่แล้วยังไม่รู้ตัวอีก” สโนว์ทับถมกีเดียนส์อย่างเจ็บแสบก่อนจะทิ้งท้ายอย่างอวดดี “ธุระของอาณาจักรข้า ข้าจัดการเองได้” นอกจากนั้นตอนที่พูดประโยคนี้เขายังอุตส่าห์ปรายตามองไปยังซาคราม

“ข้าไม่เชื่อคำโกหกของเจ้า” กีเดียนส์พยายามคิดไตร่ตรองอย่างเป็นเหตุเป็นผล บุรุษปริศนาที่ปรากฏกายออกมาขัดขวางการหมั้นระหว่างเขาและโรสเรดกำลังทวงสิทธิ์ในบัลลังก์คาราบาสโดยการยุแยงให้เขาสูญเสียความเชื่อมั่นในอุดมการณ์ เจ้าชายอันดับหนึ่งแห่งยุคมั่นใจว่าสโนว์ต้องการกำจัดโรสเรดและเขี่ยเขาไปให้พ้นทาง แต่คนผู้นี้จะใช่เจ้าชายสโนว์แห่งคาราบาสตัวจริงน่ะหรือ

“เจ้าอาจไม่เชื่อข้า แต่บางทีเจ้าน่าจะเชื่อกระจกของข้า” สโนว์ถอยออกมาจากทุกคนแล้วกล่าวต่อ “เพราะกระจกของข้าเล่าแต่ความจริง” สโนว์วาดมือซ้ายออกไปพลางเอ่ยคาถา “มิลเลอร์ มิลเลอร์ ทาสผู้ซื่อสัตย์ของข้าเอ๋ย จงปรากฏกายเพื่อข้า”

เหล่าผู้ชมต่างตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น บานกระจกก่อตัวขึ้นท่ามกลางความว่างเปล่าตรงหน้า มันเริ่มจากจุดศูนย์กลางแผ่ขยายออกไปช้า ๆ เป็นรูปวงรี เส้นสายพลังเวทมนตร์สีม่วงคล้ำสร้างกรอบโลหะสีเงินล้อมรอบด้วยลวดลายมังกรคำรามแสนดุดัน เกล็ดของมันเงาวับส่องประกายคล้ายจะโบยบินออกมาได้ทุกเมื่อ ช่างเป็นกระจกบานใหญ่ที่ชวนให้เมินหน้าหนีมากกว่าส่องมอง

กระจกวิเศษของราชินีใจร้ายลอยอยู่เหนือศีรษะทุกคน พลังงานชั่วร้ายปลดปล่อยบรรยากาศขนลุกไปทั่วบริเวณ บานกระจกควรส่องให้เห็นภาพความหวาดกลัวบนใบหน้าของผู้จ้องมอง ทว่ามันกลับไร้ภาพสะท้อนมีเพียงสีดำอันมืดมิดดุจรัตติกาลเท่านั้นสโนว์หันไปยิ้มเยาะกีเดียนส์ “มีอะไรอยากถามกระจกวิเศษของข้าไหมล่ะ มันแฉความจริงได้ทุกเรื่องเชียวนะ หึ ๆ”

การปรากฏตัวของเจ้าชายสโนว์ผู้สาบสูญก็นับเป็นเรื่องประหลาดแล้ว แต่การที่จู่ ๆ เจ้าชายกลับมาอย่างปลอดภัยในอีกสิบเจ็ดปีให้หลังนั้นน่าตกใจมากกว่า นอกจากนี้เขายังมาพร้อมของวิเศษของราชินีใจร้ายในมือ และใช้มันได้อย่างชำนาญ ถึงตอนนี้ทุกคนต่างมีคำถาม ความสับสนและความกลัวตีกันอยู่ในใจ

“นั่นมันกระจกวิเศษของราชินีใจร้าย ! เจ้าเป็นใครกันแน่ !?”

“ข้านะหรือ… ข้าก็คือเจ้าชายสโนว์แห่งคาราบาส รัชทายาทลำดับที่หนึ่ง โอรสของพระราชาเลโอและราชินีสโนว์ไวต์อย่างไรล่ะ อ้อ ! แต่พวกเจ้าบางคนอาจรู้จักข้าในนาม ความชั่วร้ายแห่งป่าดำ หึ ๆ”

เจ้าชายผู้ชั่วร้ายของพวกเขายิ้มกว้างอวดเขี้ยวซี่เล็กในปาก นัยน์ตาของสโนว์วาววับขึ้นชั่วขณะ ไอแซคมองแสงสีม่วงเรืองรองคู่นั้นด้วยความกังวล

 

 

บทที่ 2 ==>
<== บทนำ 
กลับหน้าหลัก

Facebook Comments
Wishlist 0
Open wishlist page Continue shopping