บทนำ : The SNOWWHITE XXX เจ้าชายปีศาจทายาทสโนว์ไวต์ 1

– สโนว์ –

“กระจกวิเศษ บอกข้าเถิด ใครฉลาดเลิศในปฐพี !”

“ความจริงแล้วท่านก็นับเป็นอัจฉริยะอยู่หรอกนะเจ้าชาย แต่ท่านจะฉลาดมากกว่านี้หากไม่เรียกข้ามาเพื่อตอบคำถามไร้สาระ”

นั่นแหละ ‘กระจกวิเศษ’ เพื่อนจอมอวดดีที่ดีที่สุดของข้า สารภาพเลยว่าข้าเกือบจะทุบเขาทิ้งหลายทีแล้วแต่ข้าตัดใจทำไม่ลง ก็นะ เพราะเป็นเพียงสิ่งเดียวที่สามารถโต้ตอบกับข้าได้ ขนาดมีเจ้ากระจกนี่ข้ายังเบื่อแทบตาย ถ้าไม่มีเขาข้าคงต้องเหงาจนเพี้ยนแน่ ๆ

ดังนั้นอดทนไว้นะสโนว์ ห้ามทุบกระจก !

“แหม ๆ ข้าคิดถึงเจ้านี่นา มิลเลอร์ ก็พักนี้ไม่มีเรื่องสนุก ๆ บ้างเลย ข้าเบื่อจะแย่อยู่แล้ว” ถ้าไม่เห็นแก่สุขภาพจิตของตัวเอง ข้าไม่ง้อเจ้าหรอกไอ้กระจกบ้า ! “มีใครให้ข้าไปก่อกวนบ้าง ข้าอยากออกไปสาปคนเล่นสักหน่อย”

ควันสีเทาหมุนวนในกระจกก่อนที่ภาพจะค่อย ๆ แผ่ขยายจากจุดกึ่งกลางแจ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ จนเห็นป่าไม้เขียวครึ้ม แล้วเสียงของมิลเลอร์ก็ดังขึ้น “ทางทิศเหนือ พวกนอกกฎหมายกำลังซุ่มโจมตีคาราวานสินค้า”

“อิ๋ววว ! พวกนั้นตัวเหม็นและชอบมือไวใส่ข้า อี๋ สกปรก !” แค่คิดข้าก็สยองแล้ว “ข้าไม่อยากกลับมาอาบน้ำขัดกลิ่นเหม็นออกจากตัว”

“เรื่องมาก !” มิลเลอร์บังอาจทำเสียงจิ๊จ๊ะใส่ข้าอย่างนั้นรึ “งั้นทิศตะวันตก

ล่ะ มีเจ้าชายรูปงามออกตามหารักแท้ด้วยการปลอมเป็นกวีเร่ร่อน เขากำลังจะถูกลอกคราบโดยแม่โจรสาว ท่านสามารถขัดขวางรักแท้ของพวกเขาได้”

ใครจะไปสนใจรักแท้กันเล่า !

“พล็อตโบราณมาก ข้าไม่สนใจเจ้าชายงามแต่เปลือกพวกนั้นหรอก ยกให้นางโจรไปเถอะ แต่ถ้าพูดถึงเจ้าชายรูปงามแล้ว ใครจะเพอร์เฟกต์กว่าข้าหามีไม่ ตัวข้า พรินซ์สโนว์ ผู้พรั่งพร้อมไปด้วยคุณสมบัติ ชาติตระกูล หน้าตา ผิวพรรณ และความสามารถในทุก ๆ ด้าน”

เหมือนจะอวยตัวเองแต่ขอบอกว่าข้ามีครบทุกข้อจริง ๆ ผิวพรรณของข้าขาวเนียนดุจหิมะละอองแรกแห่งฤดูเหมันต์ ผมทุกเส้นดำขลับสปริงตัวมีน้ำหนักยิ่งกว่าขนอีกา และใบหน้าของข้าก็คือส่วนที่งดงามที่สุด นั่นเป็นเพราะองค์ประกอบทุกอย่างบนใบหน้าของข้าถูกถอดแบบมาจากผู้ที่งดงามที่สุดในดินแดนนี้ หึ ๆ พรจากนางฟ้าแม่ทูนหัวของข้าเอง ความงดงาม ความเฉลียวฉลาด และ…

“นอกจากนี้ยังเป็นโรคหลงตัวเองขั้นรุนแรง” ไอ้กระจกบ้ามิลเลอร์ ขัดคอข้าดี๊ดี

“หยุดว่าร้ายข้าด้วยเสียงโมโนโทนน่าหมั่นไส้เดี๋ยวนี้นะเจ้ากระจกบ้า ถ้าเจ้าหาเรื่องสนุก ๆ ให้ข้าทำไม่ได้ ข้าจะทุบเจ้าให้แหลก แล้วเอาเศษของเจ้าไปฉาบผนังหอคอยป้องกันนกเกาะเลยคอยดู”

“โฮ่ ๆ ท่านไม่มีวันทำเช่นนั้นหรอกเจ้าชาย ข้ารู้ดี”

ความจริงแล้วมิลเลอร์ไม่มีหน้าตาหรอก เขามีเพียงใบหน้าที่มีพื้นผิวนูนต่ำแทนอวัยวะก็เท่านั้น แต่ไอ้อาการเลิกคิ้วทำหน้าตกใจกลัวทั้งที่ส่วนของดวงตาเป็นเพียงหลุมตื้น ๆ นั่นมันน่าหมั่นไส้ชะมัด ใบหน้าไร้อวัยวะสุดสยองกำลังทำหน้าล้อเลียนข้า มิหนำซ้ำมันยังแอบเบ้ปากมองบนใส่ข้าด้วย

“หยุดล้อเลียนข้าได้แล้ว” ข้าสูดหายใจเข้าพลางยืดอกอย่างองอาจแล้วเอ่ยคาถาด้วยสุ้มเสียงอันทรงอำนาจ “กระจกวิเศษเอ๋ย ! ด้วยอำนาจแห่งความมืด ทาสผู้ซื่อสัตย์ของข้า จงมอบหนทางแด่ข้า” ว้าว ! ภาพสะท้อนในกระจกดูดีเป็นบ้าเลย ข้าดูชั่วร้ายจัง โฮะๆ

กระจกเบื้องหน้าข้ากลายเป็นสีดำสนิทยิ่งกว่าราตรีกาล ใบหน้าสีเทาของมิลเลอร์ที่เคยกวนส้นเท้าได้หายไป ก่อนจะโผล่ขึ้นมาใหม่แบบลอยออกมาจริง ๆ จากกระจก ยิ่งข้าใส่พลังเข้าไปมากเท่าไหร่ มิลเลอร์ก็ยิ่งออกมาได้มากเท่านั้น และในที่สุดก้อนสีเทาน่าขยะแขยงก็หลุดผลัวะออกมาจากกระจก และเริ่มขยับร่างซึ่งเป็นเพียงก้อนพลังยุ่บยั่บตรงหน้าข้า

บอกตามตรงข้าชอบมิลเลอร์ที่เป็นแค่ภาพกวนโมโหข้าอยู่ในกระจกมากกว่า ทุกครั้งที่เขาออกมาข้าจะรู้สึกเย็นยะเยือกจนอยากยกมือขึ้นกอดตัวเอง แต่อาจารย์บอกว่าข้าต้องอดทน ข้าคือนายของมิลเลอร์ ไม่มีนายเหนือหัวที่ไหนเกรงกลัวทาสของตัวเอง ข้าถึงต้องทนตัวสั่นปล่อยให้มิลเลอร์เข้ามาใกล้ข้า ร่างของมิลเลอร์ที่เป็นเพียงก้อนพลังเลื้อยพันรอบตัวข้า ข้าบรรยายไม่ถูกเลยว่าการต้องทนให้เจ้ากระจกทำเช่นนี้นั้นมันน่าขยะแขยงเพียงใด ข้าเกลียดชะมัด อิ๋ววว

มิลเลอร์เลื้อยจนใบหน้าของเขาขึ้นมาอยู่ระดับเดียวกับข้าแล้วเขาก็หยุด ลำตัวของเขาสั่นเล็กน้อย เขากระซิบข้างหูข้า ใกล้จนข้ารู้สึกถึงไอเย็นเฉียบ ข้าต่อต้านมิลเลอร์ไม่ได้จริง ๆ

“เจ้าชายสโนว์เอ๋ย ท่านอาจจะโหดร้าย แต่ท่านไม่ได้ชั่วช้าที่สุดในดินแดนนี้หรอก ไกลออกไปทางตะวันออกนั้นมีอาณาจักรโบราณตั้งอยู่ แม่มดชั่วร้ายได้สาปให้กาลเวลาหยุดเคลื่อนไหว ทางทิศเหนือก็มีอาณาจักรที่ล่มสลายเพราะทรราช และที่ดินแดนนี้เองเมื่อนานมาแล้ว ราชินีผู้โหดเหี้ยมได้สังหารลูกเลี้ยงของนางด้วยแอปเปิลอาบยาพิษ แล้วตัวท่านเล่า… ท่านจะทำสิ่งใด”

ภาพบนกระจกพลันแปรเปลี่ยน มันฉายให้เห็นถึงโลงศพของใครคนหนึ่ง เขาช่างหล่อเหลาและสง่างามแม้จะอายุเลยวัยกลางคนมาพอสมควร ร่างนั้นนอนเหยียดยาวอยู่ในโลงหินอ่อนประดับด้วยทองคำและเพชรพลอย ดาบเล่มงามถูกกุมไว้ประจำตำแหน่งอก หัวใจของเขาหยุดเต้นแล้วแต่หัวใจของข้ากลับกระตุก มันบีบรัดจนข้าหายใจไม่ออก เจ้าชายรูปงามผู้ปลดปล่อยสโนว์ไวต์จากความตายสิ้นลมแล้ว

“เกิดอะไรขึ้น !? เขาตายได้อย่างไร”

ข้าไม่มีทางรับรู้โลกภายนอกนั่นหากมิลเลอร์ไม่ต้องการให้ข้าเห็น แม้ข้าจะถูกเคี่ยวเข็ญจนพลังเวทมนตร์แก่กล้าทว่าอาณาเขตของข้ามีเพียงป่าดำนี้เท่านั้น ช่างห่างไกลกับบ้านเกิดของข้าเหลือเกิน อาณาจักรอันแสนสงบสุขของสโนว์ไวต์และเจ้าชายรูปงามผู้ให้กำเนิดข้า แต่บัดนี้ท่านพ่อของข้าตายแล้ว

“ท่านไม่จำเป็นต้องรู้เด็กน้อย สิ่งที่ท่านควรสนใจก็คือเวลานั้นมาถึงแล้ว”

อะไรนะ !

“ตะ… แต่มิลเลอร์ ที่นั่นน่ะหรือ ?!” ไม่อยากจะเชื่อว่าเวลาที่ข้ารอคอยมาตลอดมาถึงแล้ว

“ใช่แล้วเจ้าชาย จงไปที่นั่นเพื่อเป้าหมายของท่าน”

อา… ไม่คิดเลยว่าหนทางแห่งความปรารถนาของข้าจะบรรจบกันเช่นนี้

 

– โรสเรด –

แม้จะผ่านมาสามเดือนแล้วแต่พวกเรายังอยู่ในอารมณ์โศกเศร้า ทั่วทั้งอาณาจักรถูกปกคลุมไปด้วยบรรยากาศหดหู่ ไม่มีใครขับขานเพลงกวี ไร้ซึ่งเสียงหัวเราะ พวกชาวบ้านปราศจากรอยยิ้มร่าเริงบนใบหน้า แต่ตอนนี้ข้ากลับต้องมาประชุมเรื่องงานหมั้นของตัวเอง ข้าต้องแต่งงานทั้ง ๆ ที่ท่านพ่อของข้าพึ่งสิ้นได้เพียงแค่สามเดือน โอ้เทพธิดาปรานี ! นี่มันอะไรกัน ?!

และถึงจะบอกว่าประชุมแต่ข้ากลับไม่มีสิทธิ์ออกความคิดเห็น แม้ข้าจะพยายามกลอกตาหรือส่งเสียงกระแอมมากเพียงใดแต่ไม่มีใครสนใจข้าเลย เหล่าเสนาบดีกับขุนนางกลับเป็นคนเลือกสามีให้ข้า ถึงพระราชาจะไม่อยู่แล้วแต่ราชินีสโนว์ไวต์ท่านแม่ของข้าก็ควรมีอำนาจตัดสินใจอะไรบ้าง นางไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเสนอชื่อว่าที่ราชบุตรเขยที่เข้าตา เจ้าพวกขุนนางงี่เง่าบังคับพวกเราแม่ลูก ทั้งที่เป็นชีวิตของข้าแท้ ๆ แต่ข้ากลับเลือกอะไรไม่ได้เลย

สุดท้ายการประชุมก็จบลงโดยที่ข้าไม่ได้เอ่ยแม้สักคำเดียว แต่การที่ข้าได้มานั่งรับฟังชะตากรรมของตัวเองก็ถือเป็นความปรานีจากพวกเขาแล้ว เมื่อขุนนางคนสุดท้ายออกจากห้องประชุมไปแล้วท่านแม่ก็สวมกอดข้า

“แม่ขอโทษเจ้าด้วยโรสเรด ถ้าหากแม่มีอำนาจมากกว่านี้แม่คงช่วยเจ้าได้”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะท่านแม่ เป็นเจ้าชายจากอาณาจักรพาเลอร์โมก็ฟังดูดีนะคะ ได้ข่าวว่าตัวเจ้าชายเองก็รูปงาม อายุก็ยังไม่แก่มาก ที่สำคัญยังไม่เคยแต่งงาน ดีแล้วล่ะค่ะที่ข้าไม่ต้องไปเป็นแม่เลี้ยงใคร”

ดีกับแม่มดสิ ! ข้าเกลียดการคลุมถุงชน แต่นาทีนี้ข้าต้องแกล้งทำเป็นไม่เป็นไรเพื่อไม่ให้ท่านแม่เป็นห่วง นับตั้งแต่ท่านพ่อไม่อยู่ท่านแม่ก็ตรอมใจจนล้มป่วย ข้าเหลือท่านแม่เพียงคนเดียว ข้าจึงเป็นห่วงท่านแม่มากกว่าที่ท่านแม่เป็นห่วงข้าเสียอีก

“โธ่ โรสเรด แม่กุหลาบแดงดอกน้อยของแม่ แม่รู้ว่าเจ้าไม่อยากแต่งงาน”

“ทำเช่นไรได้ล่ะคะ ในเมื่อสภาขุนนางลงความเห็นกันเช่นนั้น”

“แม่ขอโทษที่ช่วยเจ้าไม่ได้”

อย่าว่าแต่ช่วยข้าเลย ท่านแม่บริหารอาณาจักรไม่ได้ด้วยซ้ำ ท่านแม่อ่อนแอเกินไป นางค่อนข้างเปราะบาง ไร้พลังและปราศจากความเข้มแข็ง อำนาจของนางคือความงามกับจิตใจแสนบริสุทธิ์เท่านั้น

แต่นั่นใช้ไม่ได้กับขุนนางกระหายอำนาจจอมละโมบพวกนี้ เมื่อท่านพ่อสิ้น ท่านแม่ก็ถูกสภาขุนนางลงความเห็นว่านางไม่เหมาะจะเป็นผู้นำอีกต่อไป และข้าก็ยังเด็กเกินกว่าจะปกครองอาณาจักรได้ พวกเขาอยากให้ท่านแม่เป็นเพียงตุ๊กตาแสนสวยประดับอาณาจักร แล้วก็เชิดข้าราวกับหุ่น ขืนต้องรออีกห้าปีมีหวังอาณาจักรข้าล่มสลายเพราะคนพวกนี้แน่ หนทางเดียวที่จะบรรลุนิติภาวะของข้าคือการจับข้าแต่งงานกับใครสักคน เจ้าชายจากอาณาจักรไหนสักแห่งที่สามารถเป็นแบ็กอัปให้ข้าได้

บอกตามตรงว่าข้าไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้หรอก ความคิดใดที่ออกมาจากสมองของ ‘มาควิสอัลเฟรด’ ล้วนไม่มีความปรารถนาดีต่อผู้อื่น ตาเฒ่าเจ้าเล่ห์คนนี้รักแต่ทองในกระเป๋าตัวเอง แต่ทำอย่างไรได้ แม้แต่ท่านปู่ซาครามยังเห็นด้วยกับความคิดนี้ ท่านบอกว่านี่คือวิธีที่ดีที่สุดเพราะอย่างน้อยข้าก็ยังมีอำนาจอยู่ในมือ นี่ข้าจะต้องแต่งงานกับเจ้าชายจากอาณาจักรพาเลอร์โมที่ข้าไม่ได้รักจริง ๆ น่ะหรือ ข้าอยากให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นจัง

 

– ไอแซค –

ข้าคิดว่าเจ้าหญิงของอาณาจักรนี้ช่างเลอโฉมสุด ๆ นางเป็นเด็กสาวที่หน้าตางดงามน่าเอ็นดู นัยน์ตาสีฟ้ากระจ่างของนางเปล่งประกายวาววับ พวงแก้มอวบอิ่มของนางเปล่งปลั่งดั่งสีสันของกุหลาบ ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อของนางพร้อมจะมอบรอยยิ้มสว่างไสวให้ผู้คนที่พบเจอเสมอ เส้นผมสีทองยามต้องแสงแดดก็ทอประกายดุจฤดูใบไม้ผลิอันอบอุ่น รูปโฉมนางควรจะสะดุดตาผู้คน แต่ความจริงแล้วนางเป็นมือโปรในการเล่นซ่อนแอบ

ข้าตามหานางทั่วทั้งวังจนขาลาก แต่ไม่มีใครพบนาง ข้าหลวงในวังโกลาหลกันใหญ่ และข้าคือคนที่ซวยที่สุดเพราะข้าเป็นผู้ติดตามของนาง

“เจ้าหญิงครับ”

ท่านโรสเรด ท่านไปหลบอยู่ที่ไหนกันนะ

“เจ้าหญิง ท่านอยู่ไหน ? ออกมาเถอะครับ ท่านต้องรีบกลับไปแต่งตัวนะครับ เจ้าชายกีเดียนส์และขบวนเสด็จจวนจะมาถึงอยู่แล้ว”

ข้ารู้ว่าท่านเกลียดว่าที่คู่หมั้นของท่าน แต่ได้โปรดเถอะ เจ้าหมูตอนนั่นรีดภาษีชาวบ้านมาจัดงานนี้อย่างยิ่งใหญ่ ท่านช่วยรักษาเกียรติยศของราชวงศ์หน่อยเถอะครับ ท่านโรสเรด

“เจ้าหญิง อย่าแกล้งข้าเลย ถ้าข้าพาท่านไปต้อนรับคณะทูตไม่ได้มีหวังท่านพ่อเอาข้าตายแน่ !” ยังเงียบเช่นเดิม ไม่มีวี่แววของเจ้าหญิง เฮ้อ ! แต่ท่านหลอกข้าไม่ได้หรอก ข้าหาในห้องครัวจนทั่วแล้ว และห้องสมุดก็เช่นกัน ในสวนก็ไร้วี่แววของท่าน ม้าในคอกก็อยู่ครบทุกตัว เพราะฉะนั้นข้ารู้ว่าท่านต้องซ่อนอยู่ในโถงใต้ดินแห่งนี้แน่ ๆ “เจ้าหญิง… ท่านโรสเรด ข้าขอร้องละครับ ถึงไม่เห็นแก่ข้า แต่ได้โปรดเห็นแก่หน้าตาของอาณาจักรด้วย อย่าให้เขาดูถูกพวกเราเลยนะครับ”

จะว่าไปแล้วท่านโรสเรดเคืองท่านพ่อข้าสุด ๆ ไปเลย แต่ข้าก็เข้าใจนะ ท่านคงเสียความรู้สึกที่ท่านพ่อหรือบารอนซาครามเห็นด้วยกับเจ้าหมูตอนนั่น คราวนี้ข้าจะแต่งเรื่องอย่างไรดีนะ

“ข้ารู้นะครับว่าท่านไม่อยากแต่งงานกับคนที่ท่านไม่ได้รัก แต่อย่างไรเสียการต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองก็เป็นมารยาทพื้นฐานที่เจ้าของบ้านพึงกระทำนะครับ หากท่านหลบเลี่ยงไม่ยอมเผชิญหน้าพวกเขาจะได้ใจว่าท่านอ่อนหัด แค่งานต้อนรับอาคันตุกะท่านยังปล่อยให้อารมณ์ครอบงำเกียรติยศ ใจคอท่านจะปล่อยให้พวกเขาทำตัวราวกับเป็นเจ้าของอาณาจักรนี้แล้วจัดการสิ่งต่าง ๆ ตามใจชอบหรือ ท่านต้องไปขัดขวางแผนการของพวกเขานะครับ” ข้าอุตส่าห์ร่ายเสียยาว ทำไมท่านโรสเรดไม่อิน หรือว่าข้ายังบิลต์ไม่พอนะ

“ท่านต้องไปแสดงเจตนารมณ์ของท่านให้ทุกคนรับรู้ สำแดงอำนาจเหนืออาณาจักรนี้ให้พวกเขาเห็นความสง่างามคู่ควรกับบัลลังก์ ไม่ใช่เด็กไร้ความสามารถอย่างที่พวกเขาคิด สู้สิครับ แสดงให้พวกเขาเห็น” ข้าเล่นใหญ่ เค้นเสียงใส่อารมณ์เต็มที่

นั่นไง ! มีเสียงหายใจฟืดฟาดดังมาจากทางนั้น เสร็จข้าล่ะเจ้าหญิง ข้ารีบไปยังห้องลับที่เจ้าหญิงซ่อนตัวอยู่ เมื่อเข้าใกล้ก็ผ่อนฝีเท้าลง “ไปกับข้านะครับท่านโรสเรด ท่านก็รู้ว่าข้ากับท่านพ่อรักอาณาจักรนี้มากเพียงใด ข้าสาบานจะสละชีพเพื่อปกป้องอาณาจักรและราชวงศ์ ข้าไม่ปล่อยให้ใครมาทำร้ายพวกท่านทั้งสองหรอกครับ รอยยิ้มของท่านก็เช่นกัน ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาพรากความสุขไปจากท่านแน่นอน”

เทพธิดาปรานี โปรดช่วยดลบันดาลให้เจ้าหญิงยอมฟังข้าด้วยเถอะ “ได้โปรด เชื่อมั่นในแผนการของท่านพ่อ เชื่อใจข้านะครับ ข้าขอรับรองด้วยเกียรติของตัวเองเลยว่าจะหาทางช่วยหยุดยั้งงานอภิเษกนี้ให้ได้”

“แล้วเจ้าจะช่วยข้าอย่างไร ?” สำเร็จ ! เสียงตอบรับของเจ้าหญิงทำเอาข้าเกือบกระโดดตัวลอย ทว่าข้าก็ยังต้องรักษามาดพี่เลี้ยงสุดคูลเกลี้ยกล่อมเจ้าหญิงน้อยของข้าต่อไป “อย่างเช่น ภาวนาให้ข้าสืบได้ว่าเจ้าชายมีคนรักอยู่แล้วกระมังครับ ถ้าข้าหาจุดอ่อนของเจ้าชายกีเดียนส์เจอ บางทีข้าอาจจะหาทางตกลงอย่างลับ ๆ กับเจ้าชายได้”

“แล้วถ้าแผนของเจ้าไม่สำเร็จล่ะ ? ถ้าเจ้าชายนั่นยังอยากแต่งงานกับข้า” แม้ใบหน้าของท่านโรสเรดจะไม่สบอารมณ์ทว่ายังคงงดงามเช่นเคย ข้าเกือบจะเผลอหลุดปากไปแล้วว่านั่นก็เป็นเพราะท่านช่างงดงามเกินใครจะอดใจไหว แต่ถ้าหากข้าพูดออกไปเช่นนั้น มีหวังเจ้าหญิงฆ่าข้าแน่

“ถ้าอย่างนั้นลองภาวนาให้สวรรค์ส่งนางฟ้าสักองค์มาช่วยดีไหมครับ”

ไอแซคตอบเจ้าหญิงไปเช่นนั้น ทว่าคำภาวนาของเขาไม่เป็นผล สวรรค์ไม่ได้ส่งนางฟ้ามาช่วยกู้สถานการณ์ให้ดีขึ้น แต่กลับกัน สวรรค์ส่ง ‘ตัวร้าย’ มาสร้างความวุ่นวายในอาณาจักรต่างหาก

แล้วเจ้าพร้อมจะฟังเรื่องราวของข้าแล้วหรือยังล่ะ หึ ๆ …

 

 

บทที่ 1 ==>
กลับหน้าหลัก

Facebook Comments
Wishlist 0
Open wishlist page Continue shopping