บทที่ 2 : The SNOWWHITE XXX เจ้าชายปีศาจทายาทสโนว์ไวต์ 1

‘ป่าดำ’ หรือป่าต้องสาป ถูกตั้งชื่อตามลักษณะของต้นไม้ในป่า ไม่มีใครรู้ว่าเพราะเหตุใดต้นไม้ในป่าจึงมีสภาพคล้ายถูกเผาจนเหลือแต่ซากไหม้เกรียมตลอดทั้งปี ทว่าซากไหม้เกรียมเหล่านั้นกลับมีตอไม้ระอุสุมไปด้วยสะเก็ดเพลิงท่ามกลางพายุหิมะอันโหดร้าย ช่างดูย้อนแย้งนัก หิมะในป่าทับถมหนาจนยากจะสัญจรผ่าน อากาศหนาวจัดจนแสบจมูกทว่าแต่ละเฮือกที่สูดลมหายใจเข้าปอดกลับปะปนไปด้วยกลิ่นควันและเขม่าจากเปลวเพลิง

ว่ากันว่าต้นไม้ในป่ามีชีวิต มันเคลื่อนไหวได้ และคอยหลอกล่อให้ใครที่เข้าไปหลงทิศจนไม่สามารถออกมาได้ นับแต่อดีตมีมนุษย์เพียงน้อยนิดที่สามารถเอาชีวิตรอดกลับมาเล่าขานถึงความน่ากลัวของป่าดำ หากไม่ตายก็กลายเป็นบ้า กระทั่งนายพรานที่เก่งที่สุดยังไม่กล้าย่างเท้าเข้าใกล้อาณาเขตของป่าดำ มีเพียงคนนอกกฎหมายที่หนีการตามล่าจากทางการเท่านั้นที่กล้าอาศัยความน่ากลัวของป่าเป็นเกราะกำบังแต่พวกเขาก็ยังไม่กล้าเฉียดกรายเข้าไปในป่าลึก

เผ่าออร์คก็เช่นกัน แม้จะเป็นเผ่าอสูรที่โหดร้ายทารุณและมีผิวหนังหยาบหนาต้านทานคมอาวุธได้เป็นอย่างดี แต่พวกมันกลับเลือกอาศัยอยู่ในป่าชั้นนอกที่เป็นเขตรอยต่อระหว่างป่าดำและภูเขาหินสูงชันเท่านั้น เพราะในป่ามีทั้งสัตว์ประหลาดและอสูรร้ายต้องสาปชนิดต่าง ๆ ที่ชั่วร้ายกว่าพวกมันมากทว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือ ‘ความชั่วร้ายแห่งป่าดำ’ ต้นกำเนิดของอันตรายทั้งปวง

บัดนี้ ‘ความชั่วร้ายแห่งป่าดำ’ อยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว

 

ไอแซคไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง เขารู้ว่าเมื่อเทียบกับทหารทั่วไปแล้วเขาออกจะบึกบึนน้อยไปสักหน่อย ทว่าการที่ผู้มาเยือนปริศนาคนนั้นส่งเขาลอยละลิ่วไปอัดกับผนังห้องช่างเหลือเชื่อ สิ่งนี้คือเวทมนตร์แน่ หาไม่แล้วเขาคงไม่โดนจับเหวี่ยงทั้งที่ไม่มีอะไรสัมผัสตัวเช่นนี้ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เขาขยับตัวเพียงนิดเดียวชายคนนั้นก็ชิงลงมือเสียแล้ว และผลของมันก็ทำให้เขาได้แต่นอนแบ็บหมดสภาพ ลำพังจะคลานไปคุกเข่าข้างกายเจ้าหญิงเขายังไม่มีแรงพอ

นัยน์ตาสีดำของคนที่ประกาศว่าตนคือเจ้าชายแห่งคาราบาสสว่างวาบเปล่งแสงสีม่วงชั่วขณะ ลางสังหรณ์ในตัวไอแซคกรีดร้องระงม เตือนว่าชายคนนี้อันตราย

“โอ้ ไม่นะ ! ความชั่วร้ายแห่งป่าดำหรือ เขาคือพ่อมดปีศาจ !” เสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งดังขึ้นอีกครั้ง คนที่ยังพอมีแรงต่างรีบหนีออกจากงานเลี้ยง เหลือเพียงทหารและขุนนางผู้จงรักภักดีไม่กี่คนที่ยังกล้ายืนหยัดเผชิญหน้ากับความชั่วร้ายแห่งป่าดำ

สโนว์มองภาพตรงหน้าแล้วเปล่งเสียงหัวเราะออกมาด้วยความสะใจ “อะไรกัน ! พวกเจ้าไม่อยู่รับชมฉากรันทดของเจ้าชายกีเดียนส์หน่อยหรือ ข้าอุตส่าห์ใจดีนะ หึ ๆ”

กีเดียนส์กำดาบแน่น เขาขบกรามข่มความสับสนวุ่นวายในใจ เวลานี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคนตรงหน้า กีเดียนส์ไม่อยากประมาท เขาไม่รู้ว่าสโนว์จะเล่นลูกไม้อะไรอีก เวทมนตร์ของสโนว์น่ากลัวมากกว่าคำพูดกวนประสาทหลายเท่า

“บังอาจหนีโชว์ของข้าได้อย่างไร พวกเจ้านี่ช่างไร้มารยาท ไม่ให้เกียรติเจ้าชายอย่างข้าเลย แบบนี้ต้องลงโทษหน่อยล่ะ โฮะ ๆ”

สโนว์ยังคงร้ายกาจอย่างต่อเนื่อง เขาวาดไม้เท้าในมือไปด้านหน้า ทันใดนั้นกลุ่มคนที่ตะเกียกตะกายหนีออกจากห้องก็หายไปเหลือเพียงเสื้อผ้ากองอยู่บนพื้น และแล้วไส้เดือน กิ้งกือ ตะขาบ และแมลงชนิดต่าง ๆ กลับโผล่ขึ้นมาจากเสื้อผ้าของคนเหล่านั้น พวกเขากลายเป็นสัตว์เลื้อยคลาน

ทหารบางคนตกใจจนเผลอปล่อยดาบหลุดมือ ราชินีสโนว์ไวต์ยกมือขึ้นปิดปากเพราะความสยดสยอง นางขนลุกขนพองกับภาพกองทัพสัตว์เลื้อยคลานตรงหน้า เหล่าผู้เคราะห์ร้ายแตกตื่นโดยไม่รู้ชะตากรรมตัวเองพวกเขาเคลื่อนที่ไม่รู้เหนือรู้ใต้กระจายกันไปทั่วทั้งห้อง

โรสเรดรีบชักขาหนีตะขาบตัวเป้งที่คลานเข้ามาใกล้ เธอเกาะแขนของกีเดียนส์โดยไม่รู้ตัว “ร้ายกาจเกินไปแล้ว ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย” โรสเรดร้องออกมา เธอไม่พอใจสโนว์และตั้งใจจะต่อว่าเขา แต่แล้วกลับเปล่งเสียงกรี๊ดเมื่อสัตว์เลื้อยคลานตัวหนึ่งไต่ขึ้นขาเธอ “อ๊า ! ข้าเกลียดตะขาบ เอามันออกไป”

กีเดียนส์ถึงกับเสียศูนย์เมื่อโรสเรดปีนขึ้นมาเกาะหลังเขาเป็นลูกลิง

“ถามได้ว่าทำไม ข้าก็มาขัดขวางไม่ให้เจ้าแต่งกับไอ้หมอนี่น่ะสิ” สโนว์เอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด แต่ความไม่สบอารมณ์ของเขากลับกระแทกใจโรสเรด

เจ้าหญิงน้อยเงยหน้ามองบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นพี่ชายทันที ความปรารถนาของเขาเป็นสิ่งเดียวกับความต้องการของเธอ โรสเรดลืมตะขาบไปเสียสิ้น ลืมกระทั่งว่าเธอกำลังปีนหลังคนที่เธอไม่อยากแต่งงานด้วย “ท่านคิดเช่นนั้นจริงเหรอ ?!”

“แน่นอน ! ข้าไม่เสี่ยงให้เจ้าแต่งกับไอ้หมอนี่แล้วถูกเก็บทั้งคู่ จนอาณาจักรต้องตกไปอยู่ในมือของคนชั่วนั่น หึ ! แต่ก็ร้ายน้อยกว่าข้านะ”

“เลิกกล่าวหาท่านอาของข้าสักที !” กีเดียนส์ขัดคนทั้งสอง แต่แล้วเขาก็หันหน้าไปหาโรสเรดที่อยู่บนหลัง “ท่านก็ได้โปรดลงจากหลังข้าด้วย เกาะแบบนี้ข้าไม่สะดวก”

“ไม่เอา ! ท่านไม่เห็นเหรอว่าพวกมันอยู่เต็มไปหมด อี๋ !”

แต่แล้วก็มีเสียงปรบมือดังขึ้นก่อนจะตามมาด้วยเสียงดังกังวานของ ‘ซาคราม โวล์ฟ’ ผู้พิทักษ์แห่งปราสาทหินขาวว่า “ข้ารับทราบจุดประสงค์ของท่านผู้มาเยือนแล้ว หากท่านคือเจ้าชายสโนว์ เช่นนั้นท่านก็มีสิทธิ์ทักท้วงการหมั้นหมายนี้ เพียงแต่วิธีของท่านออกจะเอิกเกริกไปสักหน่อย หากท่านเห็นว่าเราควรทบทวนการตัดสินใจนี้อีกครั้ง ข้าจะเรียกเหล่าขุนนางมาประชุมวาระพิเศษนี้รวมถึงเรื่องของท่านด้วยดีหรือไม่”

ไอแซคลอบยิ้มเมื่อเห็นการจัดการอันเยือกเย็นของเสนาบดีซาคราม เขามองไปยังสโนว์ ทว่าผู้มาเยือนปริศนาไม่ตอบอะไรเพียงยกแขนขึ้นกอดอก ขมุบขมิบปากแล้วส่งเสียง ‘เชอะ’ แทนวาจา

เมื่อเห็นว่าตัวปัญหาทำตัวสงบ ซาครามก็หันไปหาแขกอีกคน เจ้าชายกีเดียนส์ก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญเช่นกัน “มีเรื่องยุ่งยากเกิดขึ้นเช่นนี้ต้องขออภัยท่านด้วย แต่คาราบาสจะรีบสะสางปัญหาทั้งหมดโดยเร็ว ระหว่างนี้ขอเชิญเจ้าชายและผู้ติดตามของท่านพำนักอยู่ที่นี่ให้สบายเถิด” เมื่อกีเดียนส์ค้อมศีรษะลงเป็นการยอมรับ ซาครามก็หันไปมองสโนว์ ดวงตาของจิ้งจอกเฒ่าหรี่ลงเพื่อกดดัน “ได้โปรดถอนคำสาปให้พวกเขาด้วยเถอะครับ คืนนี้ก็ดึกมากแล้ว ข้าเกรงว่าเหล่าขุนนางคงไม่พร้อมสำหรับการประชุม หากท่านเห็นสมควร ข้าจะให้คนจัดห้องพักให้”

มีหรือที่สโนว์จะยอมง่าย ๆ ซาครามยังพูดไม่ทันจบเขาก็สวนกลับอย่างอวดดี “เฮอะ ! เดี๋ยวพรุ่งนี้คำสาปก็หายไปเองแหละ” แม้จะดูหงุดหงิด ทว่าท้ายที่สุดสโนว์ก็มีท่าทีอ่อนลง “แต่ก็เอาเถอะ ข้าเมื่อยแล้ว” ทันใดนั้นสโนว์กลับชี้ไปยังทหารร่างกำยำสองคน “เจ้าและเจ้า มานี่ซิ” พลทหารดวงซวยทั้งสองกลัวจนตัวสั่น สโนว์เห็นแล้วรู้สึกขัดใจ เขาพ่นลมหายใจเฮือกใหญ่ก่อนขู่ “ยังอีก ข้าสั่งให้มาหาข้า ถ้าไม่มาพวกเจ้าจะกลายเป็นลา” คราวนี้นายทหารไม่กล้าปฏิเสธ ทั้งสองรีบเข้ามายืนตะเบ๊ะตรงหน้าสโนว์ทันที “ดีมาก ยืนตรงนั้นล่ะ เอาล่ะรับดี ๆ ถ้าแตกพวกเจ้าตาย”

ก่อนที่ใครจะทันเข้าใจ กระจกวิเศษบานใหญ่ก็ลอยลงมาอยู่ตรงกลางระหว่างทหารทั้งสองคน ต่างคนต่างจ้องหน้ากันเหลอหลาแล้วมองกลับไปยังความชั่วร้ายแห่งป่าดำ สโนว์จึงชี้นิ้วไปยังกระจกวิเศษแล้วกำชับทั้งคู่อีกครั้ง “ถือดี ๆ ล่ะ ให้คนเอาไปไว้ที่ห้องของข้าด้วย อ้อ ! ห้ามเป็นรอยนะ เข้าใจไหม”

“ข้าจะให้คนนำทางท่านไปยังห้องพัก เชิญครับ” ซาครามเอ่ยพลางผายมือเชื้อเชิญ ทว่าสโนว์ปฏิเสธจิ้งจอกเฒ่าอีกแล้ว

“ไม่ ข้าว่าเจ้าน่าจะให้คนไปเตรียมดินเนอร์มื้อพิเศษฉลองที่ครอบครัวได้กลับมาพร้อมหน้ากันอีกครั้งดีกว่ามั้ง” สโนว์ยื่นเงื่อนไขบังคับให้ซาครามทำตามความต้องการของเขาด้วยการกดดันราชินีสโนว์ไวต์ “ท่านไม่อยากถามสารทุกข์สุกดิบของข้าหรือท่านแม่ ?” นอกจากนี้เขายังหันไปล็อบบี้โรสเรด “รึบางทีเจ้าอาจจะอยากคุยกับข้าตามประสาพี่น้องก็ได้”

‘ข้าช่วยให้เจ้าไม่ต้องแต่งงานได้นะแม่น้องสาว’ สโนว์จงใจขยับปากส่งสัญญาณให้โรสเรดอย่างชัดเจน ดวงตาของโรสเรดเป็นประกายวิบวับเมื่อได้อ่านประโยคไร้เสียงจากปากของสโนว์ “ข้าหิวพอดี พวกเจ้าไม่ได้ยินที่เขาพูดรึ รีบไปเตรียมดินเนอร์สิ” และแล้วก็มีคนย้ายข้าง

“ทำไมท่านโรสเรดทำแบบนี้ละครับ” ไอแซคถึงกับรับไม่ได้ที่โรสเรดเปลี่ยนข้างไว้ปานกิ้งก่าเปลี่ยนสี เขานึกอยากให้เจ้าหญิงน้อยของเขายืนหยัดในอุดมการณ์มากกว่านี้อีกสักนิด ผู้ติดตามของเจ้าหญิงโรสเรดรีบลากสังขารกลับมายืนเคียงข้างพ่อของตน “เจ้าหญิง ท่านไม่ควรเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนเช่นนี้นะครับ อย่างน้อยก็น่าจะกลั่นกรองที่มาสักนิด”

“เอาน่าไอแซค ใคร ๆ ก็เห็นแก่ตัวกันทั้งนั้นแหละ เขาก็แค่ต้องการอาหารและการสนทนา ไม่เหลือบ่ากว่าแรงพวกเราหรอกน่ะ จัดไป !”

กีเดียนส์ไม่รู้ว่าจะเสียใจหรือขำดีที่โรสเรดรังเกียจเขาถึงเพียงนี้ แต่กระนั้นเธอก็ยังขี่หลังเขาอยู่ราวกับเป็นเก้าอี้แสนสบาย

“แต่เขาเป็นพ่อมดนะครับ แถมยังอ้างตัวเป็นเจ้าชายลำดับที่หนึ่ง”

“ข้าไม่สนหรอกนะว่าเขาเป็นใคร แต่ไม่ว่าเขาจะทำอะไรแล้วข้าได้ประโยชน์ด้วย ข้าให้ผ่าน” โรสเรดเถียงกับไอแซคแสดงเจตจำนงชัดเจน

ซาครามอดรู้สึกกระดากอายไม่ได้ หากเขามีลูกสาวและให้เธอมาเป็นผู้ติดตามของโรสเรดแทนไอแซค บางทีเจ้าหญิงของอาณาจักรอาจจะแก่นแก้วน้อยกว่านี้ก็เป็นได้ คิดแล้วช่างเศร้าใจ แต่อย่างไรเขาก็ต้องขัดเด็กทั้งสอง “เจ้าหญิงครับ เรื่องนั้นเรายังต้องพิสูจน์ ข้าคิดว่า…”

“ก็พิสูจน์สิ” สโนว์ขัดคอซาครามอีกแล้ว เสนาบดีเฒ่าอดนึกเคืองไม่ได้ เหตุใดสโนว์ถึงจงใจหาเรื่องเขานัก แต่หนนี้สโนว์ไม่ได้มองไปยังซาครามเลย เขากลับมองไปยังโรสเรด “มีอยู่ไม่ใช่หรือไง กล่องวิเศษที่ตรา คาถาสายเลือด นั่น”

‘คาถาสายเลือด’ ทำให้โรสเรดตัวสั่น ทว่าสโนว์กลับยักไหล่ไม่ยี่หระ ไอแซคตกตะลึงจนอ้าปากค้างที่สโนว์รู้เรื่องนี้ด้วย นอกจากนี้ซาครามเองก็มีสีหน้าครุ่นคิด มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ไร้ความกังขา สโนว์ไวต์ปลื้มปีติยิ่งนัก ลูกชายที่หายไปของนางกลับมาแล้ว

“เดี๋ยวก่อน ท่านรู้ได้อย่างไร !”

“เจ้าหมายถึง… ข้ารู้เรื่องคาถาสายเลือดได้อย่างไร” ฉับพลันนั้นในมือซ้ายของสโนว์ปรากฏกล่องไม้ใบย่อม “หรือหมายถึง ข้ารู้ได้อย่างไรว่าเป็นกล่องใบนี้น่ะเหรอ โฮะ ๆ” สโนว์เปล่งเสียงหัวเราะอันชั่วร้ายพลางโบกกล่องไม้ในมือไปมา กล่องไม้สีน้ำตาลเข้มแกะสลักลวดลายเป็นเถาเบอร์รีป่า มีใบหนาเป็นรูปหัวใจ ขอบใบคล้ายซี่หยัก แกะสลักเส้นสายก้านใบและลงสีอย่างวิจิตร นอกจากนี้ตัวกล่องยังประดับด้วยอัญมณีขนาดต่าง ๆ แต่งแต้มเป็นผลเบอร์รีป่าอีกด้วย เป็นกล่องที่ดูก็รู้ว่าแพงและสำคัญ

“อ๊า ! ความลับของข้า” เมื่อเห็นกล่องในมือของสโนว์โรสเรดก็รีบกระโจนเข้าไปหาเขาหวังจะแย่งของสำคัญคืนมา ทว่าสโนว์กลับโยนกล่องใบนั้นไปให้ไอแซครับ และผู้ติดตามหนุ่มก็รับแม่นเสียด้วย

“นี่ ลองตรวจดูสิว่ากล่องใบนี้ใช่สมบัติสุดรักสุดหวงของนายเจ้าหรือไม่ โฮะ ๆ”

“ขะ ข้า…” ไอแซคไม่อยากจะเชื่อ กล่องแห่งความลับของโรสเรดอยู่ภายใต้เงื้อมมือของสโนว์ได้อย่างไร และตอนนี้มันก็อยู่ในมือเขา ไอแซคอดไม่ได้ที่จะแอบพลิกดูด้านล่าง รอยบิ่นเล็ก ๆ บนเนื้อไม้คือตำหนิที่เขาเผลอสร้างความเสียหายเอาไว้ กล่องนี้เป็นของจริง ไอแซคขนลุก ราวกับชายคนนี้สามารถเสกอะไรก็ได้ออกมาอย่างนั้น ช่างเป็นเวทมนตร์ที่อันตรายเกินไปแล้ว

“เอาคืนมานะไอแซค !” โรสเรดกลับตัวพุ่งไปหาไอแซคแทน ทว่าไอแซคกลับหันไปมองซาครามด้วยความตื่นตระหนก เขาไม่รู้จะทำเช่นไรแล้ว

“โฮะ ๆ ของจริงสินะ”

เช่นกันกับซาคราม เพียงแค่เห็นสายตาของลูกชายเขาก็รู้ทันทีว่ากล่องไม้ใบนี้คือกล่องซึ่งตราคาถาสายเลือดใบที่เจ้าหญิงโรสเรดหวงนักหวงหนาของจริง ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นกล่องบรรจุเวทมนตร์ล้ำค่าซึ่งถูกตราคาถาพิทักษ์ด้วยกลไกความสัมพันธ์ทางสายเลือดเอาไว้ ซึ่งนอกจากสายเลือดเดียวกับเจ้าของแล้วไม่มีใครสามารถเปิดได้ ทว่าเวทมนตร์บทนั้นได้ถูกใช้ไปแล้ว เมื่อกล่องว่างเปล่ามันจึงไร้ความหมาย โรสเรดจึงขอไป เจ้าหญิงให้เหตุผลว่าเธอมีความลับของเด็กผู้หญิงและไม่ต้องการให้ผู้ใดล่วงรู้ เหมาะสมกับความสามารถของกล่องใบนี้

“เปิดเลยละกัน ไม่ต้องห่วงหรอกนะแม่น้องสาว ไม่มีใครสนใจสิ่งที่เจ้าเก็บไว้ในนี้หรอก ข้าว่าพวกเขาคงอยากรู้มากกว่าว่าข้าจะเปิดกล่องใบนี้ได้จริงหรือไม่ หึ ๆ”

สโนว์เรียกกล่องไม้ให้ลอยกลับมาอยู่ในมือของตน เขาแนบนิ้วหัวแม่มือเข้ากับพลอยที่ประดับอยู่ด้านหน้าของกล่อง กลไกกุญแจโลหะดีดตัวออกจากตำแหน่งล็อกทันที ฝากล่องเปิดออกอย่างง่ายดาย ชั่วขณะนั้นเจ้าชายลำดับที่หนึ่งกวาดสายตามองไปยังผู้ที่เหลืออยู่ในห้อง เขาจงใจมองไปยังร่างของราชินีสโนว์ไวต์เป็นพิเศษแม้จะเอ่ยถ้อยคำเชือดเสนาบดีซาครามแบบนิ่มๆ อยู่ก็ตาม

“อยากตรวจข้อสอบข้างในหน่อยไหมล่ะ ท่านเสนาบดีซาคราม เผื่อท่านจะสงสัย แต่ข้าบอกไว้เลยนะ ต่อให้ข้าเก่งกาจเพียงใดก็คงปลอมกระดาษคำตอบที่เขียนด้วยลายมือห่วย ๆ คะแนนต่ำ ๆ แบบนี้ขึ้นมาไม่ได้หรอก อักษรไก่เขี่ยเช่นนี้ไม่ใช่ความถนัดของข้า”

“กรี๊ด ! อย่าน้า ห้ามดูนะ” โรสเรดร้องออกมาเมื่อแผ่นกระดาษหลายสิบแผ่นลอยออกจากกล่องไปอยู่ในมือของผู้คนในห้อง บัดนี้ความอับอายของเธอถูกเปิดเผยต่อหน้าธารกำนัลแล้ว “หลับตาเดี๋ยวนี้ ใครดูข้าจะจับเข้าคุกให้หมดเลย”

ซาครามมองแผ่นกระดาษในมือแล้วถอนหายใจ สโนว์ใช้สิ่งนี้พิสูจน์ฐานะของเขาแล้ว เสนาบดีเฒ่าเจ้าเล่ห์แห่งปราสาทหินขาวสิ้นท่า เขาก้มลงคุกเข่าแตะพื้นหนึ่งข้างพลางกำมือขวาขึ้นมาแนบหัวใจแล้วเอ่ย “ขอต้อนรับเจ้าชายสโนว์กลับคืนสู่คาราบาส”

เมื่อซาครามยอมรับฐานะของสโนว์ ข้าหลวงและทหารคนอื่น ๆ จึงพากันก้มตัวลงคุกเข่าทำความเคารพสโนว์ตามเสนาบดีอาวุโส ยกเว้นสโนว์ไวต์ โรสเรด และกีเดียนส์เท่านั้น

สโนว์คลี่ยิ้มอวดดี เขามองไปรอบ ๆ ด้วยความรู้สึกสะใจ ในที่สุดเวลานี้ก็มาถึง สิ่งที่เขารอคอยมาตลอดเกิดขึ้นแล้ว ขณะที่โรสเรดนิ่งอึ้ง เธอไม่อยากเชื่อว่าวันหนึ่งพี่ชายที่หายไปจะมาปรากฏตัวและแกล้งเธอแบบนี้

ราชินีสโนว์ไวต์ตรงเข้ามาสวมกอดสโนว์พลางร่ำไห้ด้วยความคิดถึง “สโนว์ลูกแม่ แม่คิดถึงเจ้าเหลือเกิน ในที่สุดเทพธิดาก็ปรานีให้ข้าได้พบเจ้าอีกครั้ง ลูกรักของแม่”

ทั้งที่เป็นการพบกับมารดาหลังจากพลัดพรากกันมาเนิ่นนาน ทว่าสโนว์กลับไม่มีสีหน้ายินดีเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงหลับตาลงปล่อยให้สโนว์ไวต์กอดด้วยความคิดถึงเพียงฝ่ายเดียว

นี่หรือคือความคิดถึงของผู้เป็นลูก ไอแซคอดคิดไม่ได้ว่าจิตใจของเจ้าชายสโนว์ช่างเดายากเกินกว่าเขาจะเข้าใจ

 

โรสเรดรู้ว่าเธอมีพี่ชายที่อายุห่างกันถึงห้าปี แต่เกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นกับเขา ขณะที่เหล่านางฟ้าแม่ทูนหัวกำลังอำนวยพรในวันฉลองการประสูติเขากลับถูกราชินีใจร้ายสาปก่อนจะลักพาตัวไป ท่านพ่อของเธอสั่งให้ทหารติดตามไปช่วยพี่ชายของเธอกลับมา แต่ทหารที่ส่งไปไม่มีใครรอดกลับมาเลยสักคน ราชินีใจร้ายหนีไปได้พร้อมกับพี่ชายซึ่งไม่รู้ชะตากรรมว่ายังอยู่หรือตาย

และแล้วข่าวคราวของท่านพี่ก็หายไป ท่านแม่เสียใจมากจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ ร่างกายของท่านซูบผอม พวกท่านทั้งสองต่างจมอยู่กับช่วงเวลาทุกข์ระทมจนกระทั่งมีเธอเป็นแสงสว่าง ท่านแม่กลับมาสดใสได้อีกครั้งหลังจากป่วยมาเนิ่นนาน ทว่าเธอเติบโตขึ้นโดยปราศจากการอำนวยพร ไม่เหลือนางฟ้าแม่ทูนหัวในคาราบาสแล้ว เหล่านางฟ้าตัดขาดกับมนุษย์เพราะหวาดกลัวอำนาจของราชินีใจร้าย

อำนาจของพรดลบันดาลให้สโนว์มีรูปโฉมงดงามและน้ำเสียงอันไพเราะ พร้อมทั้งความสง่างามและความเฉลียวฉลาด กล้าหาญทว่าอ่อนโยน พี่ชายของเธอครอบครองหัวใจเอื้ออารีพร้อมเสียสละเพื่อผู้อื่น ไม่ว่าไปที่ใดเขาก็จะได้รับการต้อนรับ มีแต่คนรักและร่ำรวยเงินทอง ไม่เดือดร้อนขาดแคลนสิ่งที่ต้องการ สโนว์จะกลายเป็นเจ้าชายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ทว่าพรสุดท้ายกลับกลายเป็นคำสาปจากราชินีใจร้าย เขาจะชั่วร้ายยิ่งกว่าใครในดินแดนนี้

ภายในห้องอาหารของปราสาทหินขาว บนโต๊ะอาหารตัวยาวมีอาหารหน้าตาน่ารับประทานวางเรียงราย ทั้งไก่งวงตัวใหญ่อบสมุนไพรชุ่มฉ่ำซอส ซี่โครงแกะหมักเครื่องเทศย่างเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียง ซุปลูกวัวที่เคี่ยวจนเข้มข้นปรุงรสด้วยเกลือ เนื้อปลาเทราต์รมควันและสลัดผักสด นอกจากนี้ยังมีเค้กและขนมหวานอีกนานาชนิด ราชินีสโนว์ไวต์ดีใจมาก เธอสั่งให้ห้องครัวทำเมนูที่ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้อย่างเร่งด่วนเพื่อเลี้ยงต้อนรับเจ้าชายสโนว์ แต่ทว่าเจ้าชายคนสำคัญกลับนั่งไขว่ห้างอยู่อีกฟากของโต๊ะด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายพลางจิกเสียงใส่สาวใช้อย่างไม่สบอารมณ์

“อะไร ! พวกเจ้าไม่มีน้ำแอปเปิลเหรอ” เจ้าชายของปราสาทมองไปยังแก้วน้ำเปล่าของโรสเรดและแก้วไวน์ของราชินีสโนว์ไวต์ เขาหรี่ตามองขวดไวน์ในมือสาวใช้ข้างกายที่เตรียมจะรินไวน์ให้เขาแล้วบ่น “มีแต่ไวน์รึไงข้าไม่ดื่มของพรรค์นั้นหรอกนะ แอลกอฮอล์จะทำให้ผิวข้าเสีย !”

“เอ่อ ขออภัยด้วยค่ะ เราไม่มีน้ำแอปเปิล คือ… คือ…” สาวใช้ดวงซวยตอบตะกุกตะกักด้วยความกลัวจนตัวสั่น แม้กระทั่งสโนว์ไวต์ยังหน้าถอดสีเมื่อได้ยินคำว่า ‘แอปเปิล’ โรสเรดมองสลับระหว่างท่านแม่ผู้อ่อนแอและท่านพี่ขี้วีนของตนก่อนจะเบนสายตาไปยังไอแซค ผู้ติดตามหนุ่มส่ายหน้าเล็กน้อย และก็เป็นซาครามที่ต้องออกโรง

“ต้องขออภัยท่านด้วย เผอิญว่าแอปเปิลไม่ใช่ผลไม้โปรดของคนในปราสาทนี้ แต่เรายังมีผลไม้อื่นเช่นองุ่นและส้ม หากท่านต้องการข้าจะให้คนนำมาเสิร์ฟให้”

สโนว์กลอกตาแล้วประชด “แหม โทษทีนะ บังเอิญว่าข้าชอบแอปเปิลมากซะด้วยสิ” เขาหันไปมองสโนว์ไวต์แล้วเอ่ยออกมาอย่างไม่ไว้หน้า “ท่านแม่คงไม่ว่าอะไรใช่ไหม ถ้าข้าจะปลูกแอปเปิลสักต้นในสวน ข้าชอบกินพายแอปเปิลมากเชียวล่ะ”

สโนว์ไวต์หน้าซีดยิ่งกว่าเดิม แต่ในเมื่อเป็นคำขอร้องของลูกชาย แม้จะมีความทรงจำไม่สู้ดีจากแอปเปิลมากเพียงใด แต่ความเป็นแม่ก็ยอมระงับความกลัวแล้วเอ่ยปากให้อนุญาตแก่สโนว์ “ได้สิจ๊ะ แม่ไม่ยักรู้ว่าเจ้าชอบทานแอปเปิลมาก แม่จะให้คนส่งผลไม้ชนิดนี้มาเยอะ ๆ นะ”

แม้ว่าราชินีสโนว์ไวต์จะพยายามเอาใจสโนว์ ทว่าเขากลับทำให้นางต้องน้ำตาคลออีกครั้ง “แหม ท่านจะไปรู้ได้อย่างไร ก็ท่านไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้ายังมีชีวิตอยู่” เมื่อประชดมารดาเสร็จ สโนว์ก็หันไปสั่งสาวใช้ต่อ “มีบลูเบอร์รีไหม ข้าต้องการน้ำบลูเบอร์รีคั้นสด ๆ อ้อ ! งดน้ำตาลนะ อย่าใส่น้ำเชื่อม ให้เจ้าเติมน้ำผึ้งลงไปแค่ช้อนเดียวก็พอแล้ว”

“…ค่ะ !” สาวใช้ลนลานรับคำเตรียมจะหันกายจากไป ทว่าสโนว์กลับเรียกเธอเอาไว้อีก

“เดี๋ยว ! ข้ายังไม่ได้สั่งให้เจ้าไป ต่อไปบอกคนครัวด้วยว่าอาหารของข้า โลวคาร์บ งดเนื้อสัตว์ใหญ่ อนุญาตให้ใช้โปรตีนจำพวกปลา แต่เน้นจำพวกผักผลไม้และสมุนไพรจะดีที่สุด เข้าใจไหม และถ้าใครยังบังอาจเอาเค้กหนักไขมันพวกนี้มาให้ข้ากิน ข้าจะสาปมัน !”

โรสเรดอดสะดุ้งไม่ได้ เธอรีบยัดคัพเค้กที่ยังทานเหลือเข้าปากทั้งชิ้นก่อนจะเลียครีมที่ติดอยู่บนนิ้ว ในงานเลี้ยงเธอต้องเต้นรำจนไม่มีเวลาหยิบอาหารใส่ปาก เมื่อมาร่วมดินเนอร์มื้อค่ำกับครอบครัวก็มีพี่ชายเอาแต่ใจเรื่องมากเลือกทานสุด ๆ เธออดใจไม่ไหวจึงคว้าขนมตรงหน้ามาซัดเรียบ แต่ที่พี่ชายของเธอพูดเมื่อกี้มันเหมือนว่ากันชัด ๆ

“แต่ข้าว่าขนมเค้กของซินดร้าอร่อยมากเลยนะคะ”

“ไม่ล่ะน้องสาว ข้าไม่กินของพรรค์นั้นหรอก ขนมหวานน่ะร้ายยิ่งกว่าเวทมนตร์ของแม่มดอีกนะรู้ไหม มันจะทำให้เจ้าเสพติดรสอร่อยนั่น แล้วเจ้าก็จะประมาทเพราะมัน”

โรสเรดกะพริบตาปริบ ๆ เธอไม่เข้าใจสิ่งที่สโนว์พูดเลยสักนิด คนที่เรียกร้องให้จัดดินเนอร์นั่งหลังตรงยกเรียวขาขึ้นไขว่ห้างทำท่าหงุดหงิดไม่ยอมแตะอาหารเลิศรสที่วางอยู่เต็มโต๊ะเลยแม้แต่น้อย เธอเกลียดบรรยากาศอึดอัดที่พาเอาอารมณ์ของทุกคนดิ่งลงเหว ในงานเลี้ยงสโนว์เป็นพ่อมดที่น่ากลัวและร้ายกาจ มาถึงตอนนี้เธอคิดว่าพี่ชายของเธอก็ยังร้ายกาจเหมือนเดิม เพียงแต่มันเปลี่ยนเป็นความร้ายกาจแบบน่ารำคาญนิด ๆ ว่าแล้วเจ้าหญิงแห่งคาราบาสก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ นับแต่นี้ต่อไปวายร้ายคนนี้จะเป็นพี่ชายของเธอ

‘อย่าหวังพึ่งท่านแม่ แค่ท่านแม่ไม่ร้องไห้ออกมาก็ดีแล้ว’ โรสเรดบ่นในใจพลางหันหน้าไปมองซาครามและไอแซค โชคยังดีที่ไอแซคไม่เคยทำให้เธอผิดหวัง ผู้ติดตามหนุ่มซึ่งเป็นพี่เลี้ยง องครักษ์ และกำลังพ่วงตำแหน่งพ่อบ้านหยิบชามสลัดไปเสิร์ฟแด่สโนว์ ไม่เสียแรงที่เป็นลูกของท่านปู่ซาครามขี้บ่น ไอแซคแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เก่งชะมัด ยกนิ้วให้เลย

“รับสลัดไหมครับ เจ้าชาย”

ไอแซคไม่เพียงแต่เสนอมื้อค่ำให้แก่พ่อมดผู้ชั่วร้าย แต่เขายังเปลี่ยนสรรพนามเรียกวายร้ายว่าเจ้าชายอย่างนอบน้อม สโนว์ปรายตามองไอแซค ชายหนุ่มสูงโปร่งผู้มีผมสีน้ำตาลเชสนัทและนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้ม หน้าตาธรรมดาไร้ความโดดเด่นทว่าซุกซ่อนสายตาคมปลาบเอาไว้ภายใต้ท่าทีสงบเสงี่ยม เขาจำได้ว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่เขาซัดพลังติดกำแพงคนนั้น การที่ชายคนนี้ลุกขึ้นมาเป็นปกติได้เช่นนี้คงไม่ธรรมดา

สโนว์ลอบประเมินไอแซคใหม่ ชายคนนี้คงเป็นคนสนิทของโรสเรด และดูเหมือนจะสนิทมากถึงขั้นได้มาร่วมโต๊ะอาหารกับสมาชิกราชวงศ์ ลำพังเรื่องของซาครามนั้นสโนว์พอมีข้อมูลอยู่บ้างว่าตาเฒ่านี่คือจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ที่คอยดูแลความเป็นไปของอาณาจักร ยิ่งสิ้นพระราชาเลโอแล้วเขายิ่งมีความสำคัญ ราชินีสโนว์ไวต์ผู้ปวกเปียกไว้ใจซาครามมากเพราะชายชราผู้จงรักภักดีคนนี้รับใช้ราชวงศ์มาตั้งแต่ตอนที่ท่านยายแท้ ๆ ของเขายังไม่จากไป สโนว์คิดไม่ถึงเลยว่านอกจากซาครามแล้วยังมีไอแซคโผล่มาเป็นกระดูกชิ้นโตอีกคน

“รับไหมครับ” ไอแซคถามขึ้นเมื่อเจ้าชายพ่อมดผู้ชั่วร้ายจ้องมองเขาแทนสลัดในมือ และแล้วหูเขาก็ได้ยินเสียงกระเพาะบีบตัวดังขึ้น ในที่สุดเจ้านายใหม่ของเขาก็มีปฏิกิริยา

“น้ำสลัดแบบไหน ข้าไม่ชอบแบบครีมนะ”

“ต้องขอโทษด้วยครับ วันนี้ครัวทำน้ำสลัดแบบข้น แต่ข้าจะกำชับครัวในครั้งหน้าครับ จะรับไหมครับ” ไอแซคถามไปเช่นนั้นเอง เขามีลางสังหรณ์ว่าอย่างไรเสียเจ้าชายผู้เรื่องมากก็ต้องยอมทาน ก็ท้องร้องขนาดนั้นจะปฏิเสธอาหารได้อย่างไร แต่เขาก็อดทึ่งไม่ได้ว่าพ่อมดผู้ชั่วร้ายแห่งป่าดำไม่ทานเนื้อสัตว์ใหญ่ ผิดไปจากข่าวที่ได้ยินไปไกล ไหนใครบอกเขาว่าพวกพ่อมดแม่มดฝ่ายดำชอบกินเนื้อมนุษย์อย่างไรเล่า โดยเฉพาะเนื้อเด็ก

“เชอะ กินก็ได้ ! นี่ข้าเห็นแก่ที่เป็นครั้งแรกหรอกนะ คราวหน้าถ้ากล้าเสิร์ฟอะไรขัดใจข้า ข้าจะสาปเจ้าเป็นหมู !”แม้จะถูกสโนว์ขู่แต่ไอแซคก็ยังรับมือด้วยความเยือกเย็นเช่นเดิม “ทราบแล้วครับ”

ไอแซคตักสลัดเสิร์ฟให้กับเจ้าชายลำดับที่หนึ่งพลางลอบสบสายตากับโรสเรด เมื่อเสิร์ฟเมนดิชของเจ้าชายเรื่องมากเสร็จก็พอดีกับที่สาวใช้ถือเหยือกน้ำบลูเบอร์รีคั้นเดินมือสั่นเข้ามาในห้อง ไอแซคไม่อยากให้ใครซวยถูกสาปเพราะรินน้ำหกจึงเอาเหยือกน้ำผลไม้นั้นมารินเสียเอง

แล้วเสียงกระแอมของซาครามก็เรียกสติทุกคน โรสเรดกะพริบตาสองสามครั้งก่อนจะยืดตัวขึ้นยืนตรงแล้วเริ่มต้นเอ่ยสุนทรพจน์

“เอ่อ… ข้าขอเป็นตัวแทนของทุกคนกล่าวต้อนรับท่านพี่สโนว์กลับมายังคาราบาสอย่างเป็นทางการ ข้าและท่านแม่ยินดีเหลือเกิน เทพธิดาช่างปรานีพวกเรานัก และข้า… หวังว่าพวกเราจะได้ใช้เวลาร่วมกันตามประสาพี่น้องตามที่ท่านให้สัญญากับข้า”

เกือบจะดีแล้วเชียวแต่ดันมาหวงแหนผลประโยชน์ของตนอย่างถึงที่สุดเอาท่อนสุดท้าย เจ้าชายสโนว์ผู้เป็นตัวเอกของงานหลุดหัวเราะเบา ๆ “ท่าทางเจ้าจะเกลียดการคลุมถุงชนนะแม่น้องสาว หึ ๆ”

“แหงล่ะ เรื่องอะไรอยู่ ๆ ข้าจะต้องไปแต่งงานกับคนที่ข้าไม่ได้รักด้วยล่ะ ให้ตายก็ไม่เอาหรอก ข้าจะพิสูจน์ให้พวกเขาเห็นว่าข้าปกครองคาราบาสได้ด้วยตัวเอง”

ความในใจของเจ้าหญิงโรสเรดใคร ๆ ก็ดูออก ทว่าความคิดของพ่อมดผู้ชั่วร้ายแห่งป่าดำ ใครเล่าจะตามทัน วันเวลาผ่านไปถึงสิบเจ็ดปีเกิดสิ่งใดขึ้นกับเจ้าชายของพวกเขาบ้าง เหตุใดสโนว์จึงกลายเป็นเช่นนี้ และสโนว์มีเหตุผลใดจึงเลือกมาปรากฏกายเอาตอนนี้ เขาต้องการสิ่งใดกันแน่ ซาครามสงสัยจุดประสงค์ของสโนว์ยิ่งนัก ทว่าเขาไม่คิดเลยว่าสิ่งที่

คาดเดาเอาไว้จะเป็นจริง

“โอ้แย่จริง ! ความต้องการของเราตรงกันเช่นนี้คงต้องแย่งกันหน่อยล่ะ”

“ท่านหมายความว่าอย่างไร ข้าไม่เข้าใจ”

“ก็หมายความว่าข้ากลับมาทวงตำแหน่งรัชทายาทที่ควรจะเป็นของข้าคืนน่ะสิ” ถ้อยคำของสโนว์ทำเอาทุกคนตกตะลึง “โอ้แน่นอน ท่านพ่อสิ้นแล้ว ว่าที่คิงคนต่อไปก็คือข้า พรินซ์สโนว์แห่งคาราบาส โฮะ ๆ” เขาเปิดเผยเป้าหมายของตนอย่างชัดเจน

พ่อมดผู้ชั่วร้ายเปล่งเสียงหัวเราะออกมาแล้วยกแก้วเครื่องดื่มสีม่วงเข้มขึ้นจิบตบท้ายอย่างมีความสุข ไอแซคเกลียดเสียงหัวเราะอันชั่วร้ายที่ทำลายโสตประสาทของเขา ขณะที่โรสเรดยังอึ้งไม่หาย เธอกำลังจะถูกพี่ชายยึดอำนาจที่เธอเซ้งกรรมสิทธิ์มาอย่างชอบธรรมคืน ส่วนซาครามก็คิดหนัก สิ่งที่เจ้าชายสโนว์ต้องการก็นับว่ามีความชอบธรรมแต่ยังประเมินแรงจูงใจไม่ออก แม้ลางสังหรณ์ของเขาจะสัมผัสได้ถึงเงื่อนงำน่าสงสัยแต่ใครจะกล้าต่อกรกับพ่อมดผู้ชั่วร้ายแห่งป่าดำ หากเขาทำคงไม่พ้นข้อหากบฏเป็นแน่ คงมีเพียงราชินีสโนว์ไวต์เท่านั้นที่ยังนั่งนิ่งไร้ซึ่งความกังวล นางยังคงมองโลกในแง่ดีว่าลูกทั้งสองของนางคงช่วยกันปกครองอาณาจักรอย่างสงบสุข

“ได้ไง ท่านหายไปตั้งนาน ท่านพ่อแต่งตั้งข้าเป็นรัชทายาทแล้วนะ จู่ ๆ จะมาทวงคืนแบบนี้ได้อย่างไรข้าไม่ยอม !”

“แหม แม่น้องสาว ถ้าข้าไม่ถูกลักพาตัวไปตั้งแต่แรก” ซาครามรู้สึกได้ว่าสายตาเคียดแค้นชิงชังของสโนว์ปรายมายังเขา “หรือถ้าทหารของคาราบาสได้เรื่องมากกว่านี้ สิทธิ์ก็คงไม่ตกไปถึงเจ้าหรอก” สโนว์มีเหตุผลอันสมควรที่จะเกลียดเขา แต่เจ้าชายรู้เรื่องราวแค่ไหนกัน ?!

“ไม่เอา ! แล้วที่ข้าเหนื่อยมาตลอดล่ะ เป็นพี่ก็ใช่ว่าจะมาชุบมือเปิบได้นะ บัลลังก์ต้องเป็นของคนที่คู่ควรสิ ข้าอุตส่าห์ร่ำเรียนวิชามากมาย ทั้งการเมืองการปกครอง ต้องทนใส่หน้ากากเข้าสังคมกับพวกขุนนางน่ารังเกียจพวกนั้น ข้าต้องฝึกกระทั่งขี่ม้า ยิงธนู ท่องจำกลยุทธ์การต่อสู้กับแผนตั้งทัพแบบต่าง ๆ ไหนจะคอยรับเรื่องร้องทุกข์จากชาวบ้านสารพัด ท่านพ่อฝึกฝนข้าเพื่อให้ข้าดูแลท่านแม่และคาราบาสต่อจากท่าน ท่านพี่น่ะไม่รู้อะไรเลยสักนิด คนจะเป็นพระราชาได้ไม่ใช่มีเพียงสายเลือดแล้วก็ครองบัลลังก์ได้สักหน่อย”

สิ่งที่เจ้าหญิงน้อยพูดมากินใจคนฟังเหลือเกิน เพราะเธอเป็นความหวังเดียวของเลโอและสโนว์ไวต์ เมื่อสูญเสียสโนว์ไปภาระหนักจึงตกอยู่ที่โรสเรด ทว่ามีคนหนึ่งที่ไม่ซึ้งด้วย สโนว์ก้มหน้าลง ไอสีดำจาง ๆ ปรากฏขึ้นห่อหุ้มรอบ ๆ ตัว ทันใดนั้นแก้วคริสตัลเจียระไนใส่น้ำบลูเบอร์รีตรงหน้าพลันแตกกระจาย

เมื่อสโนว์เงยหน้าขึ้นอีกครั้ง สุ้มเสียงของเขาก็เปลี่ยนไป มันเย็นยะเยือกชวนขนลุก ! “โอ้น้องสาวที่รักของข้า บางทีเจ้าคงลืมไปว่าพี่ชายผู้โง่เขลาของเจ้าคนนี้เขามีกระจกวิเศษที่สามารถเปิดเผยทุกคำตอบด้วยเวทมนตร์ของเขา เจ้าคิดว่าพลังของข้าไม่เหมาะสมจะครอบครองสิ่งที่ควรจะเป็นของข้ามาตั้งแต่ต้นรึ ?”

“ขะ.. ข้า” เธอพูดไม่ออก โรสเรดคิดไม่ถึงเลยว่าสโนว์จะกลายร่างเป็นผู้ชั่วร้ายแห่งป่าดำขึ้นมาดื้อ ๆ ทว่าหนนี้เขาไม่มีรอยยิ้มแบบวายร้ายบนใบหน้า สโนว์ตรงหน้าเธอคนนี้มีเพียงความสงบอันน่าครั่นคร้ามเท่านั้น บรรยากาศหนักหน่วงกดดันเธอยิ่งกว่าฉากการปรากฏตัวของเขาในงานเลี้ยงเมื่อตอนหัวค่ำเสียอีก

“ขออภัยด้วยครับเจ้าชาย เจ้าหญิงโรสเรดคงมิได้หมายความเช่นนั้น ท่านก็แค่เป็นห่วงว่าเจ้าชายจะตามเล่ห์เหลี่ยมของพวกขุนนางไม่ทัน อีกทั้งหลายปีมานี้คาราบาสเกิดเรื่องราวขึ้นมากมาย บางปัญหาซับซ้อนยากจะแก้ไขหากปราศจากความเข้าใจที่ถูกต้อง เจ้าหญิงคงเกรงว่าท่านจะรับมือกับปัญหาตามแผนพัฒนาคาราบาสฉบับปัจจุบันไม่ถูกน่ะครับ”

เป็นอีกครั้งที่สโนว์ต้องปรายตามองไปยังไอแซค ผู้ติดตามของโรสเรดคนนี้กล้ามาต่อกรกับเขาเชียวหรือ อารมณ์ของสโนว์หงุดหงิดเพิ่มขึ้นเท่าตัว “เพราะข้าไม่ได้ถูกอบรมมาเฉกเช่นเจ้าชายก็เลยไม่มีสิทธิ์ปกครองอาณาจักรของข้างั้นรึ โอ้โรสเรดที่รัก ข้าปรารถนาให้เจ้าได้ลิ้มรสประสบการณ์การถูกเลี้ยงดูโดยราชินีใจร้ายเสียจริง !”

“โอ้ไม่นะ ! นางทำร้ายเจ้ารึสโนว์ ?!” เป็นครั้งแรกที่สโนว์ไวต์เปล่งเสียงออกมาหลังจากปล่อยให้โรสเรดและสโนว์โต้เถียงกัน ลูกของนางอยู่ภายใต้การปกครองของราชินีใจร้ายผู้คิดฆ่านาง !

ทว่าสโนว์กลับเหยียดยิ้มแล้วสบตากับสโนว์ไวต์ “ใช่แล้วท่านแม่ ข้าเติบโตขึ้นมาในอุ้งมือของราชินีใจร้าย ข้าได้แต่เต้นไปตามที่นางบงการ หึ ๆ แต่นางกลับเป็นอาจารย์สุดที่รักของข้า” ไอสีดำจาง ๆ ลอยออกมาจากปากของสโนว์ ดวงตาของเขาเปล่งแสงสีม่วงเรืองรองราวกับวิญญาณร้าย

ซาครามและไอแซครีบเข้าประจำที่ข้างกายสโนว์ไวต์และโรสเรดเพื่อคุ้มกันทั้งสองจากความชั่วร้าย สโนว์แผดเสียงหัวเราะบาดอารมณ์อีกครั้ง “ฮ่า ๆ พวกเจ้ากล้าทำเช่นนี้ต่อหน้าเจ้าชายที่เจ้านิ่งดูดายเมื่อสิบเจ็ดปีก่อนเชียวหรือ ท่านแม่หวาดระแวงลูกชายของท่านเองเช่นนั้นรึ แท้จริงแล้วข้าไม่เป็นที่ต้อนรับของอาณาจักรแสนสงบสุขแห่งนี้สินะ !”

“ไม่ใช่นะจ๊ะ แม่คิดถึงลูกอยู่เสมอนะ สโนว์”

“แต่ข้าไม่เคยเห็นพวกท่านเอ่ยถึงข้าเลย ท่านพ่อสั่งให้ทุกคนลืมเลือนชื่อของข้า ทำราวกับข้าเป็นแค่เครื่องปั่นฝ้ายในตำนานเก่าแก่ ลูกชายของท่านมีค่าเช่นเดียวกับแอปเปิลอันขมขื่นหรือไรท่านแม่ เป็นเพียงความทรงจำอันเจ็บปวดที่ท่านอยากลืม”

“เจ้าเข้าใจผิดแล้ว ไม่มีวันไหนที่แม่ไม่คิดถึงเจ้าเลยนะจ๊ะสโนว์”

“เฮอะ ! ไม่มีแม้แต่หลุมศพของข้าด้วยซ้ำ ไม่มีใครรำลึกถึงวันเกิดของเจ้าชายผู้โชคร้าย ทุกคนทำราวกับเรื่องของเจ้าชายที่ถูกลักพาตัวไปโดยราชินีใจร้ายไม่เคยเกิดขึ้น แล้วข้าล่ะ พวกท่านพากันทอดทิ้งข้า ท่านมีความสุขอยู่ในอาณาจักรอันสงบสุขสวยงามแห่งนี้ได้อย่างไรพระราชินีสโนว์ไวต์ ทั้ง ๆ ที่ลูกคนหนึ่งของท่านประสบเคราะห์ร้ายไม่รู้ชะตากรรม !”

ความคับแค้นที่แผดออกมาพร้อมถ้อยคำตัดพ้อของสโนว์สร้างแรงกดดันมหาศาล ทว่าก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์เลวร้ายขึ้น สโนว์ก็เก็บไอพลังชั่วร้ายทั้งหมดเข้าร่างแล้วเรียกหาเครื่องดื่มแก้วใหม่ “ข้าต้องการน้ำบลูเบอร์รีแก้วใหม่”

ทุกคนมีสีหน้าหนักใจ ซาครามส่งสายตาให้ลูกชาย ไอแซคสูดหายใจเข้าพลางยืดตัวขึ้นแล้วก้าวเท้าเข้าไปหาสโนว์ เขายกเหยือกน้ำบลูเบอร์รีจากรถเข็นเตรียมอาหาร “ถ้าหากนั่นเป็นความประสงค์ของเจ้าชาย”

สโนว์ก็ตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้ม “ใช่ นี่เป็นคำสั่งของเจ้าชายแห่งคาราบาส และบางทีถ้าข้าหายคอแห้งแล้วข้าอาจจะเล่าให้ฟังว่าอาจารย์ของข้ามีจุดจบเช่นไร” เขากล่าวก่อนจะหยิบลูกแพร์ในจานผลไม้ขึ้นกัดด้วยท่วงท่าเปี่ยมเสน่ห์

เมื่อได้ยินว่าราชินีใจร้ายตายแล้ว ทุกคนก็มีสีหน้าปลอดโปร่งขึ้น โดยเฉพาะสโนว์ไวต์ ทว่าประโยคถัดมาของสโนว์ก็ทำเอาทุกคนหน้าถอดสีอีกครั้ง “ท่านอยากฟังตอนที่ข้าควักหัวใจสด ๆ ของนางออกมาไหมล่ะ หึ ๆ” สโนว์ว่าพลางขยี้ผลแพร์ในมือจนแหลก เขาแลบลิ้นสีแดงเลียน้ำจากผลแพร์ที่หยดลงมาตามแขนช้า ๆ ท่าทางไม่รู้ไม่ชี้กับสิ่งที่ตนกล่าว

จังหวะการรินน้ำบลูเบอร์รีของไอแซคชะงักไป แต่แล้วผู้ติดตามหนุ่มก็เก็บอาการได้ “ท่านจะรับอะไรเพิ่มไหมครับ ?”

สโนว์ประเมินสีหน้าของไอแซคแล้วหมายหัวเขาไว้ในใจ “ไม่ล่ะ ไหน ๆ ก็เป็นการพบหน้ากันครั้งแรก มีใครอยากถามสารทุกข์สุกดิบของข้าไหม ใครอยากถามอะไรก็ถามมาเถอะ ข้ายินดีตอบทุกเรื่อง” สโนว์เว้นจังหวะพูดแล้วจงใจปรายตามองไปยังซาคราม “อ้อ ! ถ้าเจ้าอยากสอด ข้าก็ไม่ว่านะ ในเมื่อท่านแม่และโรสเรดนับรวมเอาพวกเจ้าเข้ามายุ่มย่ามเรื่องภายในครอบครัวด้วย ข้าก็ไม่ถือ” แล้วรอยยิ้มวายร้ายก็ผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง

 

 

บทที่ 3 ==>
<== บทที่ 1 
กลับหน้าหลัก

Facebook Comments
Wishlist 0
Open wishlist page Continue shopping