บทนำ : พระสนม (ฮา) ขย่มวัง

แผ่นดินแคว้นหยางถูกปกครองโดยฮ่องเต้ผู้เกรียงไกรนามว่า ‘ช่างลี่ฮ่องเต้’ ผู้ซึ่งเชี่ยวชาญในด้านกลยุทธ์ศึกสงคราม อีกทั้งยังมี ความรู้ความสามารถไม่แพ้นักปราชญ์ จึงทำให้อาณาบริเวณของแคว้น กว้างใหญ่ไพศาลและเจริญรุ่งเรืองเหนือกว่าแคว้นใดในใต้หล้า วังหลวง ของแคว้นหยางสร้างขึ้นด้วยทองคำเพื่อแสดงถึงพลังอำนาจ รวมไปถึงวังหลังซึ่งเป็นที่อยู่ของเหล่าสตรีชั้นสูงของฮ่องเต้ก็ประดับตกแต่งอย่างงดงาม แต่,ทว่าท่ามกลางความน่าประทับใจอันเป็นผลจาก ความรุ่งเรืองกลับมีตำหนักเล็กจ้อยสภาพซอมซ่อหลังหนึ่งตั้งอยู่ ท้ายอุทยานวังหลัง ซึ่งชาววังทุกคนทราบดีว่าตำหนักหลังเล็กนี้เป็น ที่อยู่ของหนึ่งในแปดสิบเอ็ดสนมชั้นล่างผู้มีนามว่า ‘จ้าวไฉหนวี่’

จ้าวไฉหนวี่ มีนามเดิมว่า ‘จ้าวมู่หลิว’ เป็นบุตรีจากอนุภรรยาของ พ่อค้าคนหนึ่งที่ถูกส่งเข้ามาเป็นนางกำนัลในวังหลวงหลังจากมารดาเสีย ชีวิต ครั้นฮ่องเต้ใต้เห็นถึงความงามของจ้าวมู่หลิว พระองค์จึงทรงแต่งตั้ง

ให้นางเป็นสนมยศไฉหนวี่ เมื่อครั้งช่างลี่ฮ่องเต้ยังทรงโปรดปรานนางอยู่ จ้าวไฉหนวี่ก็ราวกับอยู่ในจุดสูงสุดของชีวิต ก่อนจะโดนพิษรายแห่งวังหลัง เล่นงานส่งผลให้นางถูกฮ่องเต้ลืมเลือนในที่สุด

เมื่อถึงยามตกอับ ฮองเฮาจึงสั่งให้นางไปอาศัยในตำหนักเก่าโทรม ที่ท้ายวังหลังพร้อมกับนางกำนัลเพียงสองคนเท่านั้น

‘‘วันนี้ยังไม่มีอาหารส่งมาจากส่วนกลางอีกหรือ หยางอิง” จ้าวไฉหนวี่ เอ่ยปากถามนางกำนัลคนหนึ่งเมื่อเห็นว่ายังไม่มีวี่แววของสำรับอาหาร ทั้งที่เลยเวลามื้ออาหารมานานแล้ว หยางอิงและหยางเถาสองนางกำนัล ใบหน้าซีดเผือดก่อนจะคุกเข่าลงพลางละลํ่าละลักอธิบายด้วยน้ำเสียง สั่นเครือราวกับจะร้องไห้

“ก่อนหน้านี้เจากงกงเดินมาบอกว่า วันนี้เยี่ยเสียนเฟยจะจัด งานเลี้ยงที่ตำหนักของนาง ทำให้อาหารที่เตรียมไว้ไม่พอที่จะส่งมาให้… ทุกตำหนักเพคะ

จ้าวไฉหนวี่มองท่าทางลุกลี้ลุกลนของนางกำนัลทั้งสองด้วย แววตาสลด ก่อนจะพยักหน้ารับคำพลางบอกให้พวกนางออกไปจาก ห้องนอนแล้วเริ่มร้องไห้เบา ๆ แม้หยางอิงจะกล่าวว่ามีการจัดงานเลี้ยง ที่ตำหนักของเยี่ยเสียนเฟยจึงงดส่งอาหารมาให้ทุกตำหนัก แต่จ้าวไฉหนวี่ รู้ดีว่า แท้จริงแล้วตำหนักของนางเป็นตำหนักเดียวที่ไม่ได้รับอาหาร

แต่ไหนแต่ไรมา ฮองเฮาและเหล่าสนมต่างชิงชังหน้าจ้าวไฉหนวี่ยิ่งนัก เพราะนางนับเป็นสนมผู้ที่ฮ่องเต้ทรงโปรดปรานเป็นเวลานานที่สุด หากเทียบกับสนมนางอื่นจึงไม่แปลกที่ผู้อื่นจะคอยกสั่นแกล้งนางตลอด จนกระทั้งถึงคราวที่นางถูกลืมเลือน ช่างลี่ฮ่องเต้ทรงไม่โปรดปรานใน ตัวนางอีกต่อไป ฮองเฮาได้ทีจึงสั่งให้ย้ายนางมาอยู่ที่ตำหนักทรุดโทรม แห่งนี้ทันที ซึ่งการกระทำของฮองเฮาในครั้งนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการที่ ประกาศตัวเป็นหัวหอกให้เหล่าสนมและนางกำนัลในวังหลังโจมตีนาง
ด้วยความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จ้าวมู่หลิวจึงตัดสินใจ ออกจากตำหนักโดยไม่บอกให้ใครทราบ นางมุ่งหน้าไปยังสระบัวท้ายวัง ซึ่งเป็นสถานที่โปรดของนางยามมีเรื่องทุกข์

‘‘ขอให้ชีวิตของข้าดีขึ้นด้วยเถิด”

ครั้นมาถึงสระบัวที่มีปลาคาร์ปซึ่งถือเป็นปลาเสริมฮวงจุ้ย หรือ ปลานำโชคตามความเชื่อชาวแคว้นหยาง จ้าวไฉหนวี่คุกเข่าลงที่ริมสระ แล้วเริ่มขอพรกับปลาเหล่านั้นตามที่มารดาผู้ล่วงลับเคยสอนไว้ หวังว่า ปลาศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้จะบันดาลโชคให้นาง ก่อนจะลุกขึ้นยืนเพื่อกลับ ตำหนักของตน ทว่าด้วยความเหนื่อยล้าจากการอดอาหารหลายมื้อ ทำให้จ้าวไฉหนวี่เกิดอาการหน้ามีด ส่งผลให้นางเสียหลักล้มตกลงไป ในสระ

ตู้ม !

“ช่วยด้วย ! ช่วยข้าด้วย !” จ้าวไฉหนวี่ร้องขอความช่วยเหลือ อย่างอ่อนแรง นางพยายามตะเกียกตะกายว่ายขึ้นฝัง แต่ยิ่งดิ้นรนก็ ยิ่งลดทอนกำลังที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดจ้าวไฉหนวี่นึกย้อนไปถึงเรื่องราว มากมายในชีวิต นับตั้งแต่เกิดเป็นบุตรสาวของอนุภรรยาผู้ตํ่าศักดิ้ชีวิต ของนางเต็มไปด้วยความเจ็บปวด แสงสว่างหนึ่งเดียวในชีวิตที่เคยหวัง พึ่งพิงมีเพียงฮ่องเต้ผู้เป็นรักเดียวในหัวใจ ทว่าชายผู้นั้นกลับลืมเลือน นางปล่อยให้นางทนทุกข์ทรมารกับพิษร้ายของวังหลังที่พระองค์เป็น คนส่งนางเข้ามา

เมื่อสติใกล้ตับสูญ จ้าวไฉหนวี่ภาวนาเป็นครั้งสุดท้าย…

นางขอให้ตัวเองลืมเลือนฮ่องเต้ผู้เป็นที่รักให้หมดสิ้น เพราะนาง ไม่อยากจากโลกนี้ไปทั้งที่หัวใจของนางยังร้าวราน…

 

บทที่ 1 ==>
กลับหน้าหลัก
Facebook Comments