ตะลุยข้อสงสัย ! เหตุใดแวมไพร์กับมนุษย์หมาป่าถึงไม่ลงรอยกัน ?

           เชื่อว่าหลายคนคงพอคุ้นเคยหรือชื่นชอบภาพยนตร์ที่มีตัวเอกเป็นผีดูดเลือดหน้าตาระดับดาราฮอลลีวู้ดอย่างแวมไพร์ และมนุษย์หมาป่าที่ตกเหยื่อ (โดยเฉพาะสาว ๆ) ด้วยหุ่นกระแทกใจมาไม่มากก็น้อย และการดำเนินเรื่องก็จะคล้ายกันคือมนุษย์หมาป่ามักจะไม่ลงรอยกับแวมไพร์เสียส่วนใหญ่ อย่างภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ Twilight และ Underworld จะเห็นได้ชัดถึงความขัดแย้งระหว่างสองเผ่าพันธุ์นี้ แต่อะไรคือสาเหตุที่ทำให้แวมไพร์และหมาป่าขู่แฮ่ทุกครั้งที่เจอกันล่ะ ?

            จากข้อมูลที่รวบรวมมานั้นมีทั้งการแสดงความคิดเห็นและตำนานเล่าขาน จริงเท็จอย่างไรไม่สามารถพิสูจน์ได้ แต่พอจะทำให้ฉุกคิดถึงความเป็นไปได้ในเรื่องของความขัดแย้งกันระหว่างสองเผ่าพันธุ์นี้ได้ดีทีเดียว

            หากนึกภาพแวมไพร์สักตนหนึ่ง ผิวขาวจัด นัยน์ตาแดงฉาน มีออร่าผู้ดีกระจายรอบตัว ต่างจากมนุษย์หมาป่าซึ่งตอนเป็นคนก็ธรรมด๊าธรรมดามองเห็นได้ตามทางเดิน ตอนกลายร่างก็มีขนขยุกขยุย เขี้ยวใหญ่เต็มไปด้วยน้ำลายเหนียวๆ แถมข้อมูลยังบอกอีกว่าเมื่ออยู่ในร่างหมาป่าจะถูกสัญชาตญาณนักล่าควบคุมโดยสิ้นเชิง และหลังจากกลับร่างมนุษย์แล้วจะจำช่วงเวลาที่เป็นหมาป่าไม่ได้ด้วย

            เพราะอย่างนั้นแวมไพร์จึงคิดว่าตนนั้นฉลาดกว่า สูงส่งกว่า เพราะมีสติรับรู้และนึกคิดได้ทุกเวลา แวมไพร์จึงใช้จุดอ่อนนี้ในการเข้ากดขี่ข่มเหง ทำให้มนุษย์หมาป่ามีความโกรธแค้นต่อเผ่าพันธุ์แวมไพร์เข้าเส้นเลือด แต่ฝั่งมนุษย์หมาป่าเองก็มีไม้ตายอย่าง ‘ไลแคนท์’ ที่สามารถต่อกรกับแวมไพร์ได้ และจุดแข็งของไลแคนท์คือสามารถแปลงร่างไปมาระหว่างมนุษย์กับหมาป่าได้ตามใจนึก มีสติรับรู้อยู่ตลอด เมื่อแวมไพร์รู้เช่นนั้นก็เริ่มเป็นฝ่ายตามล่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์หมาป่าก่อนเพื่อไม่ให้เผ่าพันธุ์ของตนถูกฆ่า

            อีกตำนานที่ฉีกออกมาจากเรื่องแรก ว่ากันว่ามนุษย์หมาป่าและแวมไพร์เคยอาศัยอยู่ด้วยกันบนภูเขาลูกหนึ่ง โดยที่มนุษย์หมาป่าครอบครองพื้นที่ฝั่งซ้าย แวมไพร์ครอบครองพื้นที่ฝั่งขวา ตรงกลางและยอดเขาเป็นพื้นที่อิสระ ไร้การครอบครอง แต่แล้ววิกฤตก็มาเยือนทั้งสองเผ่าพันธุ์เมื่ออาหารในเขตของตัวเองน้อยลง ทำให้ต้องหาพื้นที่ในการล่าเหยื่อใหม่ บังเอิญผู้นำทั้งสองเผ่าพันธุ์ดันคิดถึงพื้นที่เดียวกันคือส่วนตรงกลางของภูเขา จึงเป็นเหตุให้เกิดความบาดหมางขนาดย่อมระหว่างเผ่าพันธุ์ขึ้น

            นอกจากเรื่องการแย่งเขตแดนแล้ว ยังมีเรื่องความรักเป็นตัวจุดชนวนความขัดแย้งครั้งยิ่งใหญ่อีกด้วย เมื่อลูกสาวของผู้นำเผ่าพันธุ์มนุษย์หมาป่ากับลูกชายของผู้นำเผ่าพันธุ์แวมไพร์นั้นตกหลุมรักกัน  แล้ววันหนึ่งขณะที่ทั้งคู่กำลังออกเดท มีกระต่ายน้อยโชคร้ายตัวหนึ่งเดินผ่าน ทำให้สัญชาตญาณนักล่าของทั้งสองถูกปลุกและลุกขึ้นแก่งแย่งอาหารกัน ฝ่ายหญิงที่เป็นมนุษย์หมาป่าก็เผลอทำร้ายคนที่ตนรักจนเขาตาบอด แม้ทั้งคู่จะรักกัน แต่ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้ ถึงสองเผ่าพันธุ์คุยต่อรองยังไงสุดท้ายก็จบที่สงครามนองเลือด และฝ่ายที่พ่ายแพ้คือแวมไพร์ซึ่งต้องหนีออกจากภูเขาลูกนั้นไป แต่สิบปีหลังจากนั้นแวมไพร์ก็กลับมาแก้แค้น และขับไล่มนุษย์หมาป่าออกจากภูเขาในที่สุด

https://pixabay.com/th/eery-ความกลัว-ก้าน-frankenstein-1648250/

            บางความคิดเห็นยังโยงไปถึงเรื่องการเมืองการปกครองว่าภาพยนตร์บางเรื่องแสดงให้เห็นอำนาจที่ต่างกันของทั้งสองฝ่าย แวมไพร์จะแสดงถึงกลุ่มชนชั้นสูง บ้าอำนาจ และมนุษย์หมาป่าจะแสดงถึงกลุ่มคนธรรมดาที่ต่อสู้เพื่อสิทธิของตน

            และบางกลุ่มก็ว่ากันว่า จริงๆ แล้วสองเผ่าพันธุ์นี้ไม่ได้ขัดแย้งอะไรกัน เพียงแค่เป็นกระแสจากภาพยนตร์เรื่องแรกอย่าง ‘The Wolf Man’ ที่ริเริ่มสร้างตำนานความขัดแย้งระหว่างแวมไพร์กับมนุษย์หมาป่า ทำให้คนติดภาพนั้นไปโดยปริยายว่าสองเผ่าพันธุ์นี้ไม่กินเส้นกัน

            ข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวมานั้นไม่อาจสรุปได้ถึงสาเหตุที่แท้จริง แต่ที่แน่ๆ คือมนุษย์หมาป่าและแวมไพร์ในภาพยนตร์ทุกเรื่องล้วนแล้วแต่งานดีทั้งสิ้น ถ้าหากต้องเลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคงตัดสินใจยาก อยากเก็บเธอไว้ทั้งหมดเลย !          

            อยากอ่านบทความแบบไหนสามารถแนะนำเข้ามาได้นะคะ

เรียบเรียงโดย : นักศึกษาฝึกงานบรรณาธิการ น้องอิม

แหล่งที่มา              

The True Story of  Why Vampires and Werewolves Hate Each Other. (Online).
https://www.wattpad.com/67118326-the-true-story-of-why-vampires-and-werewolves-hate, 18 มกราคม 2562.

Why Do Vampires and Werewolves Hate Each Other?. (Online).
https://www.vampires.com/why-do-vampires-and-werewolves-hate-each-other18 มกราคม 2562.

Where did the notion that Werewolves and Vampires are at odds originate?. (Online).    https://scifi.stackexchange.com/questions/6546/where-did-the-notion-that-werewolves-and-vampires-are-at-odds-originate , 18 มกราคม 2562.


              

Facebook Comments
Wishlist 0
Open wishlist page Continue shopping