11 พันธุ์แมวขนปุยยอดนิยมในไทย

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนับหลายร้อยปี ถ้าพูดถึงสัตว์เลี้ยงแล้ว นอกจากสุนัข ปฎิเสธไม่ได้เลยที่จะให้แมวเป็น 1 ในสัตว์เลี้ยงยอดนิยมทั่วโลก เนื่องจากความน่ารักซุกซนปนความเอาแต่ใจของมัน ทำให้แมวนั้นมีเสน่ห์ดึงดูดทาสแมวเป็นอย่างดีจนทุกคนจะต้องขนานนามให้แมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่คิดจะครองโลก แต่ก็ไม่ใช่แมวทุกพันธุ์หรอกนะที่ทาสแมวอย่างเรานิยมเลี้ยงกัน

วันนี้แอดจะมานำเสนอสายพันธุ์แมวที่เหล่าทาสแมวในไทยความสนใจให้ทุกคนได้ชมกันด้วยล่ะ เชิญรับชมกันได้เลย !

1. แมวเปอร์เซีย (Persain)

เป็นแมวพันธุ์ที่ใครหลาย ๆ คนจะต้องคุ้นหูและรู้จักเป็นพันธุ์แรก ๆ เนื่องจากลักษณะภายนอกที่สะดุดตา สังเกตได้จากขนของมันที่มีความยาวฟูฟ่อง หน้าตาที่โดดเด่นกว่าแมวพันธุ์อื่น ๆ นอกจากนั้น ยังมีลักษณะนิสัยที่รักความสงบ ฉลาด ชอบแสดงความรัก แถมยังมีความขี้เล่นเล็กน้อย จนทำให้แมวพันธุ์เปอร์เซียเป็นที่นิยมทั้งในไทย และต่างประเทศ


2. แมวเอ็กโซติก ช็อทแฮร์ (Exotic Shorthair)

เป็นแมวขนาดกลางที่มีลักษณะไม่แตกต่างจากพันธุ์เปอร์เซียมากเท่าไหร่ เนื่องจากมันมีหน้าตาที่คล้ายพันธุ์เปอร์เซียมาก โดยมีรูปร่างที่หนา ขาสั้น หางสั้น หูเล็กดูปุกปุย เพียงแต่มันมีขนที่สั้นและหนากว่าเท่านั้น ส่วนในเรื่องของนิสัย เอ็กโซติก ช็อทแฮร์จะมีนิสัยที่กระตือรือร้นและรักสงบมากกว่าแมวเปอร์เซีย


3. แมววิเชียรมาศ (Siamese Cat)

ในสมัยอยุธยาคนไทยเชื่อว่าเป็นแมวมงคล โดยมีลักษณะที่จัดว่าเป็นมงคลคือขนที่เป็นสีขาว ประกอบกับจุดด่างสีน้ำตาลไหม้ 9 แห่ง คือหูทั้ง 2 ข้าง เท้า 4 ข้างและที่อวัยวะเพศ รวมเป็น 9 จุด มีนัยย์ตาเป็นฟ้าครึ้ม ลักษณะขนสั้นตันหนา มีนิสัยชอบร้องเหมือนจะคุยกับเจ้าของตลอดเวลา จึงทำให้มันขี้เหงาในเวลาที่เจ้าของไม่อยู่นาน ๆ นั่นเอง


4. แมวสก็อตติช โฟลด์ (Scottish Fold)

มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่สก็อตแลนด์ เป็นที่นิยมและเห็นได้บ่อยครั้งในโลกโซเชียลในปัจจุบัน เนื่องจากมีเอกลักษณ์ในความกลมของศรีษะและขาสั้นทำให้ยิ่งดูอ้วนกลม มีลักษณะของหูที่พับอยู่ตลอดเวลา แต่ก็มีลักษณะหูตั้งอยู่เช่นกัน ส่วนขนจะมีลักษณะสั้น หนา มีสีขนที่หลากหลายเนื่องจากการพัฒนาสายพันธุ์ มีความเป็นมิตรกับเจ้าของมาก อ่อนโยน ขี้เล่น ขี้ประจบ และร้องน้อย


5.แมวอเมริกัน ชอร์ตแฮร์ (American Shorthair)

ชาวยุโรปที่เดินทางอพยพมาจากอเมริกาตอนเหนือนำมาเผยแพร่ ขยายพันธุ์ เป็นที่มาของชื่ออเมริกันชอร์ตแฮร์ เอกลักษณ์ของแมวพันธุ์นี้โดยส่วนมากจะมีลักษณะของลายสีดำที่พาดผ่านลำตัวสีเทาควัน แต่ก็อาจจะมีสีอื่นบ้างตามการผสมพันธุ์ มีลักษณะนิสัยที่กระตือรือร้น มีพลังมาก เป็นนักล่า ขี้เล่น ร่าเริงและรักความสนุกสนาน ด้วยนิสัยดังกล่าว ทำให้แมวพันธุ์นี้ไม่ต้องการการดูแลมากนัก และเป็นมิตรกับแมวตัวอื่นอีกด้วย


6. แมวสีสวาด (Korat Cat)

เรียกได้อีกแบบว่า แมวโคราช หรือในสมัยโบราณจะเรียกว่า แมวมาเลศ จุดเด่นของแมวพันธุ์นี้คือขนที่มีสีสวาดของดอกเลา เมื่อโดนแสง ขนจะเป็นประกายมันเลื่อม อันเป็นเอกลักษณ์ เนื่องจากเป็นแมวโบราณ ทำให้มีความเชื่อเกี่ยวกับแมวพันธุ์นี้มากมาย เช่น เชื่อว่าสีดอกเลาเป็นสีที่ให้โชคลาภ  ใครพบเห็นเป็นต้องนำมาเลี้ยงให้ได้ ส่วนลักษณะนิสัยนั้น จะค่อนข้างฉลาด ขี้ประจบ จำแม่น เชื่อว่าเมื่อเจ้าของนำไปปล่อยไว้ที่ไหน แมวพันธุ์นี้ก็จะกลับมาบ้านได้อย่างถูกต้องทุกครั้ง


7.แมวเบงกอล (Bengal)

เป็นแมวสายพันธุ์อียิปต์ผสมกับแมวดาว โดยลักษณะภายนอกของแมวเบงกอลก็คือ เป็นแมวที่มีขนาดกลางไปจนถึงใหญ่ ลักษณะเด่นของแมวเบงกอลที่เป็นเอกลักษณ์เลยก็คือ สีสันและลายขนคล้าย ๆ เสือ รวมทั้งหนวดและลักษณะหน้าตาเหมือนแมวป่า โดยมีหนวดที่ยาวหนา กรามกว้าง และลายสีดำที่พาดผ่านลำตัวสีส้ม แต่ถึงจะมีลักษณะเหมือนแมวป่าที่ดิบเถื่อนกลับมีนิสัยที่ตรงข้ามกับรูปลักษณ์ เพราะเดิมทีเป็นแมวที่ดุร้ายเหมือนสัตว์ป่า แต่เมื่อได้ปรับปรุงพันธุ์จากเดิมถึง 4 รุ่น ทำให้แมวพันธุ์นี้ มีนิสัยที่ต่างจากเดิมก็คือ มีความขี้เล่น ชอบแสดงความรัก และสุภาพ


8. แมวขาวมณี (Khao Manee)

เป็นพันธุ์แมวที่เชื่อว่าเกิดมาเมื่อสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น มักจะเป็นที่นิยมเลี้ยงกันในชนชั้นขุนนางใหญ่ และข้าราชบริหาร ซึ่งแมวพันธุ์นี้ มีความโดดเด่นในสีอันขาวนวลของมัน มีความสั้นและหนานุ่ม รวมถึงนัยน์ตาข้างละสีอันเป็นเอกลักษณ์ โดยส่วนใหญ่จะมีสีเหลืองและสีฟ้าซึ่งหาได้ยาก ในปัจจุบันแมวขาวมณีนับเป็นสายพันธุ์แมวที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล 


9. แมวบริติช ชอร์ตแฮร์ (British Shorthair)

เชื่อว่าแมวพันธุ์นี้ สืบทอดสายพันธุ์มากจากแมวโรมันที่ถูกนำมายังเกาะอังกฤษ นอกจากนั้นยังมีการนำไปผสมกับสายพันธุ์อื่น เพื่อเพิ่มความคล่องแคล่วในการจับหนู ลักษณะของมันมีความกลม ดูตันไปทุกส่วน และเนื่องจากเป็นแมวที่ถูกเพาะพันธุ์กันมาอย่างยาวนาน ทำให้มันมีนิสัยที่สุขุม เรียบร้อย ฉลาด และมีความสามารถในการล่าเหยื่อได้อย่างดีอีกด้วย


10. แมวเมนคูน (Maine Coon)

แมวสายพันธุ์ยักษ์นี้ได้ชื่อมาจากถิ่นกำเนิดคือรัฐ Maine ของสหรัฐอเมริกา เมื่อนำเอาไปรวมกับคำว่า Coon ซึ่งมาจากหางที่สละสลวยดกหนาเหมือนแร็คคูน ซึ่งเมื่อเรามารวมกันแล้วจะได้คำว่า Maine Coon นั่นเอง ซึ่งแมวพันธุ์นี้เกิดมาจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างแมวบ้านกับแมวป่า ซึ่งทำให้ตัวของมันดูใหญ่ มันอาจมีความยาวได้มากถึง 120 ซม. ได้เลยทีเดียว ส่วนขนที่ได้ก็จะมีความฟูนุ่ม และมีหน้าที่ดุเหมือนแมวป่า แต่ถึงอย่างนั้นกลับมีนิสัยที่น่ารัก ขี้อ้อน และเป็นสัตว์สังคม ถ้าเทียบกับสุนัขก็เรียกได้ว่ามีนิสัยคล้าย โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ได้เลยทีเดียว


11. แมวสฟิงซ์ (Sphynx)

เป็นแมวที่มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศแคนาดา ที่ต่างจากแมวพันธุ์อื่น มีเอกลัษณ์ชัดเจนตรงผิวหนังที่ย่น และหลาย ๆ คนอาจจะเห็นว่ามันไม่มีขน แต่จริงๆแล้ว หากสังเกตอย่างละเอียด มันจะมีขนบาง ๆ อยู่ทั่วตัวไปจนถึงปลายหาง นอกจากนั้นมันยังมีต่อมเหงื่อที่ระบายเหงื่อได้รอบตัว ทำให้ไม่เกิดอาการหอบเหมือนแมวทั่ว ๆ ไป และถึงมันจะมีหน้าตาที่แตกต่าง แต่แมวพันธุ์นี้ก็มีนิสัยที่เหมือนแมวทั่ว ๆ ไป น่ารัก อ่อนโยน มีชีวิตชีวา ฉลาด รักเจ้าของ แถมยังสามารถเข้ากับทุกคนได้เป็นอย่างดีอีกด้วย


อ่านเสร็จแล้วถ้าอยากจะรับซักตัวมาเลี้ยงไว้ แอดขอบอกไว้ก่อนเลยนะว่า แต่ละตัวราคาไม่ใช่ย่อย ๆ แล้วอย่าลืมศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเลี้ยงดูของแมวแต่ละพันธุ์ที่จะรับมาเลี้ยงด้วยล่ะ

สุดท้าย แอดก็อยากจะฝากไว้ว่า ไม่ว่าจะสัตว์ชนิดไหนหรือสายพันธุ์ไหน ก็มีหัวใจและควรค่าแก่การเอาใจใส่ด้วยกันทั้งนั้น เมื่อรับมาเลี้ยงแล้วก็อย่าลืมดูแลให้ความรักกับพวกเขามากๆ ด้วยนะ เพื่อนๆ อ่านแล้วคิดเห็นยังไง ชอบเจ้าขนปุยพันธุ์ไหน ก็สามารถแสดงความคิดเห็นในช่องคอมเมนต์ได้เลยยยย


นิยายนี้มีแมว มะ เหมี๊ยวววววว !


FB: 1168group
Line:@1168group
IG : 1168group
Website: 1168group.com
Shopee: 1168group_official
Tel:02-732-3556-7

Facebook Comments
Wishlist 0
Open wishlist page Continue shopping