14 ความหมายของดอกไม้

           วันวาเลนไทน์ทุกคนพบเจออะไรกันบ้างเอ่ยย ถึงแม้จะผ่านพ้นเทศกาลแห่งความรักมาแล้ว แต่เราก็ยังคงถือว่าเป็นเดือนแห่งความรัก และทุกๆ วันคือวันสำคัญสำหรับเรา ว่าแต่มีใครเคยได้ดอกไม้เป็นของขวัญ หรือเคยซื้อช่อดอกไม้เล็กๆ เพราะถูกใจกันบ้างไหม แต่รู้ไหมว่าดอกไม้ในแต่ละชนิด เขามีความหมายกันว่ายังไง ลองดูกันเลยค่ะ

Lavender ( ลาเวนเดอร์ )

        ดอกไม้สีม่วงที่เราคุ้นหน้าคุ้นตา มักถูกเข้าใจว่ามาจากคำภาษาฝรั่งเศสเก่าที่ว่า “Lavandre” แต่จริงๆ คำว่า “ลาเวนเดอร์” มาจากภาษาละติน คำว่า “Lavare” (ชำระล้าง) ซึ่งอาจหมายถึงประโยชน์ของมันในการชำระล้างร่างกายและจิตใจ

        ในภาษาดอกไม้ ดอกลาเวนเดอร์ หมายถึง การรอคอยอย่างมีความหวัง ความทรงจำอันงดงาม สามารถสื่อถึงความรุ่งโรจน์ที่มาพร้อมกับความสำเร็จและการบรรลุผล การมอบช่อดอกลาเวนเดอร์ หมายถึงการอวยพรให้ประสบความสำเร็จ 

        กลิ่นของลาเวนเดอร์ มักถูกนำไปช่วยในเรื่องความผ่อนคลาย และเชื่อกันว่า หากสูดดมกลิ่นของลาเวนเดอร์จะช่วยทำให้อายุยืนยาวขึ้น  


Rose ( กุหลาบ )

     นอกจากจะเป็น ราชินีแห่งบรรดาดอกไม้ แล้ว ยังคงเป็นตัวแทนของความรักหลายๆ แบบ ไม่ว่าจะเป็นคนรัก คนสำคัญ ครอบครัว เพื่อนสหาย และเมื่อเอ่ยถึงดอกกุหลาบแล้ว หลายๆ คนคงไม่พ้นเรื่องของความรัก เพราะกุหลาบถือเป็นสัญลักษณ์ของความรักและความโรแมนติก รวมไปถึงตำนานของดอกกุหลาบ บางตำนานเชื่อว่า กุหลาบเสมือนเครื่องหมายแทนการกำเนิดของ เทพธิดาวีนัส เทพแห่งความงามและความรัก 

     ส่วนในตำนานเทพกรีก เชื่อกันว่า อโฟรไดท์ (Aphrodite) เมื่อครั้งที่เทพอโดนิส (Adonis) คนรักถูกหมูป่าฆ่าตาย น้ำตาของเธอได้หลั่งรินลงปะปนกับหยาดเลือด และตกลงสู่พื้นดิน เกิดกำเนิดขึ้นมาเป็นดอกไม้สีแดงเข้ม หรือ คือดอกกุหลาบ

     แต่ในบางตำนานเชื่อว่า ดอกกุหลาบเกิดจาก เลือดของอโฟรไดท์ ที่หยดลงสู่พื้นดิน เมื่อครั้งที่เธอแทงตัวเองด้วยหนามแหลมนั่นเอง


Cutter flower ( คัดเตอร์ )

     มีต้นกำเนิดมาจากอเมริกาเหนือ ซึ่งมีหากหลายสีไม่ว่าจะเป็นสีขาว สีเหลือง หรือสีม่วง โดยดอกคัตเตอร์สีขาวหรือ White Cutter Flower ถึงแม้จะไม่มีกลิ่นหอมที่แรงมาก แต่กลิ่นที่ออกมานั้นเป็นกลิ่นธรรมชาติในตัวของเขาเอง จึงมักนิยมจัดร่วมกับดอกไม้อื่นๆ หรือประดับร่วมกับใบไม้สีเขียว ที่อยู่ในช่อ เพื่อส่งเสริมให้ดอกไม้อื่นโดดเด่นขึ้นมา จนเห็นความสวยงามชัดเจนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งสถานที่ จัดช่อดอกไม้เพื่อนำไปมอบให้คนสำคัญต่างๆ 

     ดอกคัตเตอร์ ยังถือว่าเป็นดอกไม้ที่เสียสละ แต่ความหมายของดอกคัตเตอร์นั่นกลับลึกซึ้ง เพราะแปลว่า “แม้คุณจะไม่มองฉันก็ไม่เป็นไร แต่ฉันก็จะมีแต่เพียงคุณเท่านั้น” ซึ่งเหมาะแก่การแทนใจสื่อให้แก่คนที่แอบชอบได้เลย 


Lily ( ลิลลี่ )

        ดอกลิลลี่ เป็นดอกไม้ที่ใครๆ มักจะรู้จักและคุ้นเคย ซึ่งมีแต่ละสีมีความหมายแตกต่างกัน

        ดอกสีขาว
แปลว่า ความบริสุทธิ์ใจ ไร้เดียงสา อ่อนน้อมและถ่อมตน ซึ่งสีขาวยังเกี่ยวข้องกับความบริสุทธิ์ สันติสุข และสรวงสวรรค์ได้อีกด้วย ชาวตะวันตกจึงนิยมใช้ดอกลิลลี่สีขาวในงานศพ
        แต่ในทางกลับกัน หากใช้ในงานแต่งงาน ช่อดอกลิลลี่สีขาวนั้นจะสื่อถึงชีวิตคู่ที่มีแต่ความจริงใจ ความเชื่อใจ ไม่คิดลวงหลอกกัน หรือหากนำไปให้คนรัก จะเป็นการบอกว่า “ฉันรักเธอด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่หวังสิ่งใดตอบแทน”

        ดอกสีชมพู คือ ตัวแทนของความรัก เสน่หา ความเข้าอกเข้าใจ ความเป็นผู้หญิง และยังสื่อได้ถึงหญิงสาววัยแรกแย้ม ที่เต็มไปด้วยเสน่หาอันน่าหลงใหล ซึ่งยังแปลได้ว่า “คุณยังคงสวยงามเช่นวันแรกที่พบกัน และรักของเรายังไม่แปลงเปลี่ยนไป” 
        แต่ถ้าหากมอบให้แก่เพื่อน คนในครอบครัว แปลว่าความเห็นอกเห็นใจ และความอบอุ่นที่มีให้คนรอบข้าง

        ดอกสีเหลือง ตัวแทนของความสนุกสนาน ความรื่นเริงบันเทิงใจ มิตรภาพ แปลได้ว่า “ฉันดีใจที่มีคุณในชีวิต ฉันอยากให้คุณยิ้ม ฉันอยากให้คุณมีความสุข เพราะฉันรักคุณมากจริง ๆ” ซึ่งนับเป็นตัวแทนของมิตรภาพที่สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสนิท เพื่อนร่วมงาน หรือญาติพี่น้อง 

        ดอกสีส้ม เป็นตัวแทนถึงความร่าเริง สดใส ความปิติสุขที่ได้อยู่ใกล้ แปลได้ว่าคือ “สุขใจที่ได้ใกล้เธอ” 

        ดอกสีม่วง ตัวแทนของ ความเคารพ ความสำเร็จ และความพิเศษที่ไม่เหมือนใคร สามารถสื่อความหมายได้ว่า “คุณคือคนพิเศษของฉัน ฉันอยากหยิบยื่นแต่สิ่งดี ๆ ให้กับคุณ”


Carnation ( คาร์เนชั่น )

        ดอกคาร์เนชั่น เป็นสัญลักษณ์ของการเฉลิมฉลอง ซึ่งในตำนานความเป็นมาของชาวกรีกโรมันมักจะนิยมในการใช้เจ้าดอกไม้ชนิดนี้ในการแสดงความยินดี ความรื่นเริงต่างๆ

        สีแดง เป็นดอกไม้ที่สื่อถึงความรัก “โปรดเห็นความรักของฉัน” จึงนิยมให้แก่คนที่กำลังแอบชอบ

        สีชมพู ความหมายสีชมพูนั่น แปลว่า “ความรักที่กำลังผลิบาน”

        สีลาย ความหมายสีนี้สื่อถึง ความเป็นเพื่อนที่มีให้ต่อกัน

        สีเหลือง ถึงแม้สีเหลืองจะเป็นสัญลักษณ์ของความดูถูกเหยียดหยาม ความทรนง  แต่ในอีกความหมายแปลว่า ต้องการให้อีกคนมาง้อ หรือกำลังงอนอยู่

        สีขาว เป็นสีที่นิยมใช้ในการแสดงความชื่นชมยินดีต่างๆ แต่ในทางความรัก สื่อได้ว่าเป็นความรักที่บริสุทธิ์ ไร้เดียงสา อ่อนโยน คุณคือของมีค่าที่น่าทะนุถนอม นอกจากนี้ยังใช้ในการแสดงความขอบคุณอีกด้วย


Lisianthus ( ไลเซนทัส )

         “ดอกไลเซนทัส” “ไลซิแอนทัส” หรือ “อัสโตม่า” เป็นดอกไม้ที่ดูคล้ายกับดอกกุหลาบ ซึ่งจะออกดอกเป็นช่อๆ มีหลากสี ไม่ว่าจะเป็นสีม่วง สีาว สีชมพู และสีอื่นๆ 

         ดอกไลเซนทัส เป็นดอกไม้ที่ชอบสภาพอากาศเย็น พราะมีต้นกำเนิดจากทะเลทราย แถบอเมริกาใต้ ที่มีอุณหภูมิแตกต่างกันระหว่างกลางวันและกลางคืน และนำเข้ามาในประเทศญี่ปุ่นมากกว่า 60 ปี ดอกไลเซนทัส เป็นดอกไม้ที่ชอบสภาพอากาศเย็น 

        ความหมายของดอกไม้ไลเซนทัสแปลว่า “การเอาใส่ใจต่อคนๆ นึง หรือมิตรภาพที่ยั่งยืนและเต็มไปด้วยความทรงจำที่ดี” จึงนิยมใช้ประดับเป็นช่อจัดกันในงานแต่งงาน


Forget me not ( ฟอร์เก็ตมีน็อต )

         “อย่าลืมฉันตำนานของดอกฟอร์เก็ตมีน็อต เกิดขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศสในยุคโบราณมีอัศวินผู้กล้าหาญ และ หญิงสาวผู้งดงาม คู่นึงได้ออกเดินทางท่องเที่ยวเข้าไปในป่า แต่ในขณะนั้นหญิงสาวได้เจอเข้ากับดอกไม้ชนิดหนึ่งขึ้นอยู่ริมตลิ่ง เธอจึงขอให้เขาไปเก็บดอกไม้ชนิดนั้นให้ แต่ที่กำลังเอื้อมเก็บดอกไม้นั้น ก็ได้พลันลื่นลงไปในแม่น้ำ และเสื้อเกราะก็มีน้ำหนักที่มากจึงทำให้เขาไม่สามารถว่ายน้ำ และถอดออกได้ทัน จึงได้โยนดอกไม้ให้แก่คนรัก และตะโกนว่า “Ne m’oubliez pas” ที่เป็นภาษาฝรั่งเศส ว่า “อย่าลืมฉัน” จึงเป็นที่มาของชื่อดอกไม้ชนิดนี้ ซ้ำยังเป็นสัญลักษณ์แห่งรักแท้ได้อีกด้วย


Tulip ( ทิวลิป )

         ดอกทิวลิป มีความหมายถึง การตกหลุมรักอย่างหัวปัักหัวปำ เป็นรักแรก บ่งบอกได้ว่า “ฉันตกหลุมรักเธออย่างหมดหัวใจ” และ เป็นสัญลักษณ์ของจินตนาการ ความใฝ่ฝัน คู่รักที่สมบูรณ์แบบและรักที่เปิดเผย ซึ่งแต่ละสีจะมีความหมายแตกต่างกันออกไป

         สีแดง​ หมายถึง​ ความมั่นคงในความรัก​ จริงจังและจริงใจ​ ซื่อสัตย์​และรักอย่างหมดใจ

         สีชมพู​ หมายถึง​ ความสุขอันสมบูรณ์​ และความมั่นใจ​ สื่อได้อีกแบบว่า​ “เปิดเผย​ ไม่ปิดบัง”

         สีเหลือง​ ในอดีตนั่นแปลได้ว่า​ รักที่หมดหวัง​ แต่ในปัจจุ​บัน​ทิวลิปสีเหลือง​ มีความหมาย​ว่า​ ความคิดที่เบิกบาน​ และแสงตะวันส่อง

         สีส้ม​ สื่อถึงความอบอุ่น​ ความสุข​ ความงดงาม​ มีเสน่ห์​

         สีขาว​ แปลว่า​ รักที่ไม่หวังสิ่งตอบแทน​ และฉันเสียสละทุกอย่างได้เพื่อคุณ

         สีม่วง​ หมายถึงความซื่อสัตย์​ และมั่นคง


Hydrangea ( ไฮเดรนเยีย )

     ดอกไม้สีน้ำเงินที่เรามักพบเห็นกันในช่วงฤดูฝน ไม่ว่าจะเป็นในการ์ตูน อนิเมะ หรือในหนัง มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก ที่ว่า  water (hydro) และ vessel (angeion) = bowel of water อาจเพราะรูปทรงของดอกคล้ายอ่าง

     น้องมีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่น และถูกนำเข้าสู่ประเทศอังกฤษในปี 1788  และเนื่องจากสีของไฮเดรนเยีย สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามค่าความเป็นกรด-ด่างของดิน จึงได้รับความนิยมมากในหมู่นักปลูก 

     และแม้ว่าภาษาดอกไม้ไฮเดรนเยียจะแปลว่า “ความด้านชา” “ความเย็นชา” “ไร้หัวใจ” และไม่ควรมอบให้แก่ใคร เพราะเป็นเหมือนการตัดพ้อ 

     แต่ในปัจจุบันนอกจากจะนำไปมอบให้แก่คนสำคัญแล้ว ยังถูกจัดเป็นช่อดอกไม้ของงานแต่งงานอีกด้วย เพราะอีกความหมายของไฮเดรนเยียคือ “Thank you for understanding” หรือคือ “ขอบคุณสำหรับความเข้าใจ” และในประเทศญี่ปุ่นยังถือเป็นตัวแทน “ศักดิ์ศรีแห่งความภาคภูมิใจ” ซึ่งรู้จักกันในชื่อดอก Ajisai นั่นเอง


Aster ( แอสเตอร์ )

         ดอกแอสเตอร์ เป็นดอกไม้ประจำเดือนกันยายน และได้ชื่อว่าเป็น “พืชแแห่งดาวพระศุกร์” เพราะดอกแอสเตอร์ มีดอกที่เป็นแฉกเหมือนรัศมีของดวงดาว ในสมัยโบราณเชื่อกันว่า ดอกแอสเตอร์มีที่สามารถคุ้มครองจากซาตานได้ และยังมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “ไมเคิลมาส เดซี่” เพราะชอบบานในช่วงเทศกาลหรือวันฉลองนักบุญ ไมเคิล (Saint Michael)  ที่มีสีม่วง เป็นสีประจำเทศกาลนี้

         ดอกแอสเทอร์เป็นสัญลักษณ์ของความรักที่โรแมนติก และความฝันของชีวิต เมื่อนำชนิดนี้ไปมอบให้แก่ใคร แปลว่า “คุณรัก และพึงพอใจคนๆนั้นเข้าแล้ว” นอกจากนี้ดอกแอสเตอร์มีความหมายแทน ความห่วงใย ใคร่ครวญ มุ่งมั่น สละสลวย และความประณีต บ่งบอกถึงความน่าหลงใหลและมีเสน่ห์  แต่ในทางคนจีนจะให้ความหมายของแอสเตอร์ว่า ความซื่อสัตย์และจงรักภักดี


Iris ( ไอริส )

       ดอกไอริส เป็นดอกไม้แห่งข่าวสาร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพ ความรักบริสุทธิ์ กตัญญู จึงมักจัดเป็นพุ่มเพื่อต้อนรับแขกที่มาหา 

       ปัจจุบันนิยมใช้ดอกไอริส เพื่อการส่งข่าวสารบางอย่างจากหัวใจให้แก้ผู้ที่อยากให้รับรู้ ด้วยภาษาดอกไม้ว่า “ฉันมีอะไรจะบอกเธอ” หรือภาษาดอกไม้อีกอย่างคือ “การแอบบอกรักที่หลบซ่อน” นอกจากนี้ยังสามารถมอบให้แก่คนรักเก่าได้ด้วย เพื่อสื่อความต้องการว่า “ความรักนั้นได้ถือกำเนิดขึ้นมาอีกครั้ง

       เชื่อกันว่า ดอกไอริสยังเป็นเครื่องหมายของความรัก บริสุทธิ์ และเชื่อว่าเป็นดอกไม้ประจำตัวของอัครเทวฑูตสวรรค์ “กาเบรียล” ผู้ที่มาแจ้งข่าวครั้งที่ 2 ทำให้พระเยซู คืนพระชนม์ชีพเป็นดอกไม้ที่บานแล้วอยู่ได้ไม่นานนักก็โรยรา 

       ซึ่งยังสามารถใช้แทนความหมายของการชื่นชม คำชมเชยที่น่ายินดีต่างๆ ทั้งกลีบดอกทั้งสามของมันยังแทนความหมายว่า ศรัทธาความรอบรู้ และความกล้าหาญ


Gypso ( ยิปโซ )

          ดอกยิปโซ แม้จะไม่เป็นดอกไม้ที่โดดเด่นนัก หรือมักถูกนำมาใช้เป็นดอกประดับเช่นเดียวกับดอกคัตเตอร์ แต่ความหมายของดอกยิแโซคือ ความบริสุทธิ์ รักแรกพบ จึงนิยมถูกนำไปมอบให้แก่คนที่เรากำลังตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก


Statice ( สแตติส )

         ดอกไม้ที่หลายๆ คนชื่นชอบ และมีลักษณะที่คล้ายกระดาษ ดอกไม้ชนิดนี้ถือกำเนิดขึ้นมาในแถบเมดิเตอร์เรเนียน เป็นดอกไม้เมืองหนาว ที่ไม่ค่อยชอบแสงแดดสักเท่าไหร่ เพราะหากเจอแดดนานๆ จะทำให้สีของกลีบซีดลงไป ซึ่งมีความหมายว่า “ความรู้สึกดีๆ ที่ยังคงมีให้กันตลอดไป” แต่หากถ้าปลูกน้ำเค็มแล้วเรียกอีกชื่อว่า “Sea Lavender” 


Gerbera ( เยอบีร่า )

          ดอกไม้ที่เต็มไปด้วยสีสันสดใจร่าเริง ความหมายของดอกเยอบีร่านั้นคือ ความบริสุทธิ์ไร้เดียงสา และความเข้มแข็ง จึงแปลได้ว่า “จิตใจที่เต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ไร้เดียงสา ที่แฝงไปด้วยความเข้มแข็ง” หรือ “เธอคือแสงอาทิตย์แห่งชีวิตของฉัน


คิดว่าแต่ละคนน่าจะพอรู้ความหมายกันมากขึ้นแล้ว ว่าแต่มีดอกไม้ชนิดไหนที่โดนใจเพื่อนๆ กันบ้างไหมเอ่ย ??


เรียบเรียงโดย : ดวงฤทัย จารุเวชยาศรม (ยู)
ภาพ : Nai vader, ธนัช คณะรัฐ (พีณ)
นักศึกษาฝึกงานกองบรรณาธิการ สนพ.1168 รุ่น 1/63

บทความที่เกี่ยวข้อง ::

Facebook Comments
Wishlist 0
Open wishlist page Continue shopping