‘กนกนคร’ ตำนานรักซวยซ้ำซ้อนของพญาคนธรรพ์ ! (ภาคต้น)

      นิทานที่จะเล่าในวันนี้มาจากพระนิพนธ์ในกรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ ซึ่งผ่านการวางโครงใหม่จากหนังสือรวบรวมนิทานสันสกฤตที่มีพราหมณ์เป็นผู้แต่ง แน่นอนว่าเรื่องราวคราวนี้ไม่พ้นเรื่องป่วน ๆ มึน ๆ สุดแฟนตาซีที่เกิดมาจากพรของเทพตามเคย (ถามจริงงง นี่พวกเทพเคยให้อะไรปกติไหมเนี่ย !?) เอาเป็นว่าเรามาฟัง ‘ภาคต้น’ เพื่อทำความรู้จักกับตัวละครเรื่อง ‘กนกนคร’ กันก่อนเถอะ !

ภาคที่ 1: บนฟ้า

      กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว… ยังมีพญาคนธรรพ์ผู้มีฤทธิ์แก่กล้าตนหนึ่ง นามว่า ‘พญากมลมิตร’ บำเพ็ญตบะบูชาแด่พระศิวะอยู่ ความรักและภักดีของกมลมิตรที่มีต่อพระศิวะนั้นสูงส่งหาใครเทียบติด เมื่อพระศิวะเห็นอีกฝ่ายบำเพ็ญตบะจริงจังขนาดนี้ พระองค์จึงคิดอุปถัมป์ด้วยการให้พรหนึ่งข้อ

       ฝ่ายกมลมิตรเมื่อเห็นพระศิวะมาให้พรด้วยตนเองก็รู้สึกซาบซึ้งเหลือหลาย แล้วกล่าวตอบไปว่าตนนั้นบูชาพระองค์ด้วยใจจริง ๆ ไม่ได้หวังรางวัลใดทั้งสิ้น ! แต่หากจะขออะไรได้ ก็ขอให้ได้รักพระองค์ตลอดไป การได้เห็นพระองค์ในระยะประชิดเช่นนี้ก็สุขใจมากแล้วจ้ะ

       ฟังแล้วอยากแหมให้ถึงดาวอังคาร แหมมม…!!

       พระศิวะฟังแล้วก็ตอบว่า เจ้าคนธรรพ์นี่ปัญญาดี ฉลาดพูดนัก แต่เพราะพระองค์ลั่นวาจาว่าจะมอบพรให้แล้ว ดังนั้นอย่างไรก็ต้องให้ รีบขอมาเถอะ 

       สุดท้ายแล้วพญากมลมิตรจึงได้โอกาสขอพรจากพระอิศวรหนึ่งข้อ โดยขอให้ตนได้ภรรยาที่มีตาสีนิลสวยเหมือนสีของพระศอ (คอ) และกระจ่างงดงามแบบดวงจันทร์ที่ปักผมพระศิวะก็แล้วกัน

       เชื่อแล้วว่าพี่ท่านเป็นแฟนบอยมหาเทพชนิดเข้าเส้น ขอแหมอีกรอบ แหมมม !!

         แน่นอนว่าพระศิวะให้พรตามที่เขาขอ ฝ่ายกมลมิตรก้มลงกราบพื้นทันทีทันใด ในที่สุดเขาก็ได้ฤกษ์เดินทางออกจากป่าที่ตนมาบำเพ็ญเพียรเสียที ครั้นกลับถึงบ้าน จิตใจของคนธรรพ์ดันปั่นป่วนไม่หยุด (เพราะคิดถึงเมียที่ตนจะได้รับ) จนต้องออกไปเดินเล่นในสวนดอกไม้ และที่สวนดอกไม้นั้น เขาก็ได้พบกับหญิงสาวที่ตนไม่รู้จักกำลังพายเรือลำน้อยอยู่กลางสระบัว…

         ใช่แล้ว หญิงสาวที่กมลมิตรได้พบนั้นคือภรรยาตามพรของเขานั่นเอง เพียงแค่แวบแรกสบตา กมลมิตรก็อยากได้นางมาคลอเคลียเสียแล้ว นางแนะนำตัวว่าตนนั้นมีนามว่า ‘อนุศยินี’ แล้วทั้งคู่ก็ครองรักกันอย่างเป็นสุข

          เรื่องราวทั้งหมดควรจบลงที่ตรงนี้… แต่ด้วยความขี้โอ่ของพญาคนธรรพ์ ทำให้เรื่องราวไถลออกไปไกลกว่าเดิมเสียนี่ กมลมิตรนั้นเมื่อได้ภรรยาสวยก็เที่ยวอวดชาวบ้านชาวสวรรค์ไปทั่ว เมียข้าสวยอย่างนั้น เมียข้าสวยอย่างนี้ ไม่มีใครกล้ามาแข่งได้หรอก เมียข้าสวยที่สุด !

          แน่นอนว่าพอพูดมาก ๆ เข้า คนธรรพ์ตนอื่นย่อมรู้สึกมันไส้ คันมือคันเท้ายิบ ๆ เป็นธรรมดา แล้วเริ่มต้นแย้งว่า “ผู้หญิงแต่ละครก็มีความสวยในแบบของตนเองกันทั้งนั้นแหละ จะมาเทียบว่าใครสวยกว่าใครนั้นไม่ได้หรอก ข้าไม่เห็นด้วย” ก่อนจะท้าให้พญากมลมิตรนำนางอนุศยินีไปยั่วฤาษีมากพรต หากทำได้สำเร็จ เหล่าเพื่อนคนธรรพ์จะยอมรับความงามเลิศของนางก็ได้ !

         กมลมิตรฟังแล้วก็หน้ามืดตามัว ความโกรธเคืองนั้นมีมากกว่าจึงตกปากรับคำท้าแบบไม่กลัวบาปกรรมทันที จากนั้นเขาจึงแจ้นกลับไปหานางอนุศยินีเพื่อแจ้งเรื่องให้ทราบ คราแรกนางก็ไม่เห็นด้วยกับการไปแหย่ฤาษีเช่นนั้น แต่กมลมิตรไม่ยอมอยู่ดี ทั้งสองจึงมุ่งหน้าไปยังป่าใกล้ไหล่ผาที่ฤาษีนั่งทำสมาธิอยู่ หากเป็นวรรณคดีเรื่องอื่นฤาษีคงศีลแตก… แต่กับเรื่องนี้ฤาษีผู้เกรียงไกรนั้นไม่เล่นด้วย แถมยังสาปใส่สองสามีภรรยาคู่นี้ไว้ว่า… “ทั้งสองคนต้องเกิดลงมาบนโลกมนุษย์ ได้โคจรมารักกัน แต่ต้องพรากจาก หากพบกันอีกครั้งต้องฆ่ากันให้ตายถึงจะพ้นจากคำสาป” โอ้โห เรียกได้ว่าขยี้ได้เจ็บแสบสุด ๆ !

          นับจากนั้นทั้งสองก็จ้องหน้ากันราวกับจะจดจำกันเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนลงไปเกิดบนโลกมนุษย์ ฝ่ายพระศิวะที่รับรู้เรื่องราวก็รู้สึกสงสารนางอนุศยินี พระองค์จึงหยิบดอกบัวมาปักลงในดิน ก่อให้เกิดเป็นเกาะน้อย ๆ มีเมืองสีทองและปราสาทเรืองรองตั้งอยู่กลางน้ำ หมายมาดว่า ‘กนกนคร’ แห่งนี้จะคอยช่วยเหลือพญากมลมิตรและอนุศยินีในอนาคตได้… โดยไม่ลืมนำร่างไร้วิญญาณของนางฟ้าไปไว้ในเมืองทองด้วย

เรื่องราวบนโลกมนุษย์จะเป็นอย่างไรต่อ… โปรดติดตามตอนต่อไป…


บรรณานุกรม

Admint. “กนกนคร.” วชิรญาณ, 11 Apr. 2018, vajirayana.org/%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3.

“เล่าเรื่องกนกนคร – Writer.in.th: The Writer Community.” เล่าเรื่องกนกนคร, www.writer.in.th/chapter/65-10.

เรียบเรียงโดย : ธมลวรรณ กระต่ายทอง
ภาพ นักศึกษาฝึกงาน : Minori Pinorin

Facebook Comments
Wishlist 0
Open wishlist page Continue shopping