ตำนานรักวาย ๆ ในประวัติศาสตร์จีน

ตำนานรักวาย ๆ ในประวัติศาสตร์จีน

ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอย่างยาวนาน อารยะธรรม วิถีชีวิต และเรื่องราว ๆ ในอดีตล้วนถูกบันทึกไว้ในพงศาวดาร แต่มีเรื่องราวอีกมุมหนึ่งที่ปรากฎบันทึกไว้ในยุคแรก ๆ แต่ถูกปิดบังไว้ฐานที่เป็นเรื่องต้องห้ามสำหรับคนในยุคนั้น นั่นก็คือ “รักร่วมเพศ”

 

ตำนานตัดแขนเสื้อ

หลาย ๆ คนคงเคยได้ยินคำว่าตัดแขนเสื้อ คำนี้มีความหมายเปรียบเทียบถึงรักร่วมเพศ มีที่มาจากเรื่องราวของ ฮั่นอายตี้ จักรพรดิยุคปลายราชวงศ์ฮั่น เป็นฮ่องเต้ที่มีชื่อเสียงเลื่องลื่อในด้านรสนิยมทางเพศ แม้รอบกายจะมีสนมมากมายแต่กลับตกหลุมรักกับขันทีข้างกายนามว่า ต่งเสียน ครั้งแรกที่พระเจ้าฮั่นอายตี้ได้พบกับต่งเสียนก็รู้สึกโปรดปรานจนแต่งตั้งให้เป็นเจ้าหน้าที่ประจำสำนักพระราชวัง ไม่ว่าจะเสด็จประพาสที่ไหนก็ต้องมีต่งเสียนข้างกาย แม้กระทั่งเวลานอนและตอนร่วมรัก 

เพราะกลัวจะตื่นจึงตัดแขนเสื้อตัวเองทิ้ง

ครั้งหนึ่งต่งเสียนนอนหลับทับแขนเสื้อของพระเจ้าฮั่นอายตี้ ครั้นจะดึงออกก็กลัวอีกฝ่ายตื่นพระเจ้าฮั่นอายตี้จึงใช้มีดตัดแขนเสื้อของพระองค์เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนต่งเสียน จนเป็นที่มาของสำนวน “ต้วนซิ่วจือผี่”(断袖之癖) แปลว่า พิศวาสจนตัดแขนเสื้อ แต่ความรักที่พระเจ้าฮั่นอายตี้มีให้กับต่งเสียนนั้นทวีคูณทุกวันจนถึงกับแต่งตั้งต่งเสียนให้เป็น ต้าซือหม่า(大司马)หรือ สมุหพระกลาโหม ซึ่งเป็นหนึ่งในสามตำแหน่งบริหารสูงสุดของราชวงศ์ฮั่นอีกด้วย อีกทั้งยังมอบยศให้กับครอบคัวและเหล่าญาติ ๆ ของต่งเสียน ไม่ว่าเหล่าขุนนางจะคัดค้านเท่าใดก็ไม่เป็นผล ต่อมาไม่นานพระเจ้าฮั่นอายตี้ก็สิ้นพระชนม์ ต่งเสียนก็ไม่มีคนหนุนหลังอีกต่อไป

 

ตำนานแบ่งท้อ

มีที่มาจากเรื่องราวของ เว่ยหลิงกง กษัตริย์รัฐหนึ่งในราชวงศ์โจวกับขันที หมีจื่อเสีย ทั้งสองต่างรักใครกันอย่างสุดซึ้ง วันหนึ่งจื่อเสียได้รับข่าวว่าแม่ของเขากำลังป่วย ด้วยความรีบร้อนจึงได้ขับรถม้าของเว่ยหลิงกงไปโดยไม่ทันได้ขออนุญาต ในทางกฎหมายของราชอาณาจักรการใช้ราชรถโดยพลการมีโทษถึงขั้นต้องตัดขาทิ้ง เมื่อเว่ยหลิงกงรู้เรื่อง ไม่เพียงแต่ไม่ลงโทษหมีจื่อเสีย กลับกล่าวว่า “ช่างเป็นลูกที่กตัญญูยิ่งนัก เพื่อมารดาแล้วก็เต็มใจยอมรับความเสี่ยงเช่นนี้”

เจ้าช่างดีกับข้าเสียจริง

วันหนึ่งในขณะที่หมีจื่อเสียและเว่ยหลิงกงไปเที่ยวชมสวนผลไม้ หมีจื่อเสียได้ชิมลูกท้อที่หวานหอมหนึ่งคำ และส่งที่เหลือให้กับคุณชายเว่ยกิน เว่ยหลิงกงจึงกล่าวว่า “เจ้าช่างดีกับข้าเสียจริง เห็นว่าลูกท้ออร่อยก็เลยไม่อยากเก็บไว้กินคนเดียว” และได้กล่าวกับเหล่าทหารว่าหมีจื่อเสียเพียงลองชิมว่าลูกท้อนั้นสุกกำลังดีหรือไม่

ต่อมาเมื่อหมีจื่อเสียแก่ตัวลง ไม่สามารถปรนิบัติให้คุณชายเว่ยพอใจทำให้เว่ยหลิงกงเบื่อหน่าย จึงตัดสินความผิดในเรื่องที่หมีจื่อเสียนำรถม้าส่วนตัวออกไปใช้โดยพลการและการนำลูกท้อที่เหลือมาให้ตนเองกิน จริง ๆ แล้วเหตุผลที่หมีจื่อเสียถูกเบื่อหน่ายและถูกลงโทษในภายหลังนั้นไม่ใช่เพราะเหตุผลทั้งสอง แต่เพราะความรักของเว่ยหลิงกงที่เปลี่ยนไปเป็นความเกลียด เนื่องจากไปหลงใหลในตัวชายหนุ่มอีกคน

 

ตำนานหลงยาง

ตามบันทึกในสมัยจ้านกั๋วเล่าว่า หลงหยางจวิน เป็นขันทีคนโปรดของ เว่ยอ๋อง กษัตริย์แห่งแคว้นเว่ย หลงหยางนั้นหน้าตารูปร่างหล่อเหลาเอาการ จนเว่ยอ๋องหลงใหลจนลืมเหล่านางสนมในวังไปหมด วันหนึ่งเว่ยอ๋องและหลงหยางได้ไปตกปลาด้วยกัน ในขณะที่หลงหยางตกปลาได้สิบกว่าตัวเขาก็ร่ำไห้ออกมา เว่ยอ๋องจึงรีบถามด้วยความตกใจ หลงหยางจึงกล่าวว่า “ข้ารู้สึกเหมือนเป็นแค่ปลาตัวหนึ่งของท่านเพียงเท่านั้น”

สักวันข้าก็คงโดนท่านเขี่ยทิ้งเหมือนปลาพวกนี้มิใช่หรือ

เว่ยอ๋องไม่เข้าใจที่คนรักของตนพูด หลงหยางจึงกล่าวเพิ่มว่า “เมื่อพระองค์จับปลาตัวใหญ่ได้ พระองค์ก็จะเต็มไปด้วยความปิติ แต่ไม่นานพระองค์ก็จับได้ปลาที่ตัวใหญ่กว่าเดิมและปลาตัวก่อนหน้าก็จะถูกพระองค์ปล่อยทิ้งไป เหมือนกับหม่อนฉันที่อยู่ในตำแหน่งนี้ ทุกคนต่างเกรงกรัว แต่ก็ยังไม่วายมีเหล่าสาวและหนุ่มงามมากกว่าข้าทั้งหลายเหล่านั้นหวังจะยึดครองตำแหน่งนี้ สักวันข้าก็คงโดนท่านเขี่ยทิ้งเหมือนปลาพวกนี้มิใช่หรือ นึกถึงเรื่องเศร้าเช่นนี้ข้าก็อดที่จะร่ำไห้ไม่ได้” เว่ยอ๋องเมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงรับสั่งห้ามไม่ให้ผู้ใดเสนอสาวหรือหนุ่มงามเข้ามาในวังเด็ดขาด

 

ตำนานเติ้งถง

ว่ากันว่าจักรพรรดิฮั่นเหวินตี้แห่งราชวงศ์ฮั่นเคยมีความฝันแปลก ๆ ว่าพระองค์ไม่สามารถปีนขึ้นไปบนฟ้าได้ไม่ว่าจะพยายามมากแค่ไหนก็ตาม ในขณะที่ทรงร้อนรน ก็มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งปรากฎตัวขึ้นมาช่วยพาเข้าขึ้นไปยังบนฟ้า ความงดงามของเด็กหนุ่มยังคงติดตาพระองค์แม้กระทั่งยามตื่นจากฝัน ผ่านไปไม่นานพระเจ้าฮั่นเหวินตี้ก็ได้พบกับ เติ้งถง เด็กหนุ่มที่มีหน้าตาและการแต่งกายเช่นเดียวกับหนุ่มงามในฝัน จึงได้รับสั่งให้พาตัวเติ้งถงมาอยู่ข้างกาย

ต่อมาโหรได้ทำนายไว้ว่า ความมั่งคั่งของเติ้งถงในตอนนี้เป็นเพียงแค่ชั่วคราว ในไม่ช้าเขาก็จะต้องตายด้วยความยากจนและอดยาก เมื่อจักรพรรดิได้ยินเช่นนั้นก็ตกตะลึงและเพื่อช่วยให้คนรักรอดพ้นจากคำทำนายจึงรับสั่งมอบถ้ำเงินถ้ำทองให้กับเติ้งถง

ในใต้หล้านี้ ผู้ที่รักข้ามากกว่าเจ้าคงไม่มีอีกแล้ว

แต่ต่อมาพระเจ้าฮั่นเหวินตี้กลับทรงประชวรหนัก ตุ่มหนองขึ้นตามร่างกาย เติ้งถงก็คอยปรนิบัติด้วยการใช้ปากดูดหนองให้ พระเจ้าฮั่นเหวินตี้ทรงทราบซึ้งและกล่าวว่า “ในใต้หล้านี้ ผู้ที่รักข้ามากกว่าเจ้าคงไม่มีอีกแล้ว” เติ้งถงตอบกลับว่า “ผู้ที่รักพระองค์มากที่สุดควรจะเป็นองค์รัชทายาท” ด้วยเหตุนี้จักรพรรดิจึงเรียกรัชทายาทมาเข้าเฝ้า และสั่งให้ใช้ปากดูดหนองจากร่างกายตน

รัชทายาทรู้สึกอับอายและโกรธแค้นเติ้งถงเป็นอย่างมาก เมื่อได้ขึ้นครองราชย์จึงสั่งให้ไล่เติ้งถงออกจากวังกลับไปเป็นสามัญชนเช่นเดิม รวมถึงยึดทรัพย์สินที่เคยได้จากจักรพรรดิองค์ก่อนทั้งหมด จนท้ายที่สุดเติ้งถงที่ไม่เหลืออะไรเลยก็ตายด้วยความอดยาก


ขนาดฮ่องเต้ที่มีสาว ๆ สวย ๆ รายล้อมมากมายยังตกหลุมรักกับชายหนุ่มได้ นี่แหละค่ะที่เขาพูดกันว่า “ความรักไม่จำกัดเพศ” ไม่ว่าเราจะเพศไหนต่างก็มีสิทธิ์ที่จะรักคนคนหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องยึดติดตามกรอบระเบียบของสังคม เพราะเราทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ต่างก็เท่าเทียมกัน เหมือนกับความรักระหว่างท่านแม่ทัพสุดหล่อกับหนุ่มน้อยจางซูหลิน อยากรู้เรื่องราวของทั้งคู่ล่ะสิ รีบไปซื้อ ท่านแม่ทัพ! คืนมันเผาของข้ามานะ

รีวิวโดยนักศึกษาฝึกงานกองบรรณาธิการ sendy
ภาพโดยนักศึกษาฝึกงาน Kuroya57


Facebook Comments
Wishlist 0
Open wishlist page Continue shopping